ปารีส

PARIS

การสัมมนาระดับผู้นำ 2561 ณ ปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ยลเสน่ห์มหานคร “ปารีส” เมืองแฟชั่นชั้นนำของโลก ทักทาย “บงชูร์” ตามสไตล์ชาวปาริเซียง เลาะเลียบริม “แม่น้ำแซน” แสนโรแมนติก เช็คอิน “หอไอเฟล” สถาปัตยกรรมอันงดงามดาวดวงเด่นแห่งปารีส การสัมมนาระดับผู้นำ 2561 ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส

ข้อมูลทั่วไป


มหานครปารีส, สาธารณรัฐฝรั่งเศส

สำหรับนักท่องเที่ยวบางคนปารีสเป็นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของความโรแมนติกหรือบางคนอาจมอง ว่า นครหลวงของฝรั่งเศสแห่งนี้เป็นเสมือนแรงบันดาลใจของกวีและศิลปินจำนวนมากชาวกรุงปารีส ล้วนมีรสนิยม และเต็มไปด้วยเสน่ห์ ส่วนอาคารบ้านเมืองก็ได้รับการตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรม ชั้นเยี่ยมยังไม่รวมถึงภัตตาคาร และสถานที่ท่องเที่ยวที่พร้อมสร้างความประทับใจแบบลืมไม่ลงให้แก่ นักท่องเที่ยวสองฝั่งถนนของกรุงปารีสเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และ วัฒนธรรมซึ่งสร้างความประทับใจอันงดงามแก่ผู้พบเห็นทำให้เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยความตื่นตา ตื่นใจ และความงดงามที่ไม่สามารถอธิบาย ได้ด้วยคำพูด

กรุงปารีสนั้นมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเปรียบเทียบในฐานะเมืองหลวงของประเทศนครปารีสมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจรวมถึงพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากมายในการเที่ยวชมระยะทางของสถานที่ท่องเที่ยว แต่ละ แห่งนั้น สามารถเดินถึงกันได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง และสามารถ วางแผนการ เที่ยวชมได้อย่างง่ายดาย แม่น้ำแซน (The River Seine) เป็นแม่น้ำสำคัญกลางเมือง แบ่งนครปารีส ออกเป็น 2 ฝั่งได้แก่ ฝั่งขวา (Rive Droite) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของแม่น้ำ และฝั่งซ้าย (Rive Gauche) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำ เมืองแห่งนี้แบ่งการปกครองออกเป็น 20 เขตย่อย ซึ่งมีโครงสร้างการแบ่งเมืองต่างๆ เหมือนกับขดของเปลือกหอยที่หมุนเข้าหา จุดศูนย์กลาง

คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเอกลักษณ์ของชาวปารีส ไม่ว่าจะแวะชมทัศนียภาพ อันงดงามบนหอไอเฟล เดินทอดน่องริมแม่น้ำแซน หรือนั่งจิบกาแฟในคาเฟ่ริมทาง เพลินเพลินกับ สุนทรียภาพและเสียงจากศิลปินและนักดนตรีที่อยู่โดยรอบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะนั้นสามารถเข้า เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ออแซร์และพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ สถานที่แสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะ ซึ่งไม่อาจ ประเมินค่าได้ไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีศูนย์รวมร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดังซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนรุยดูฟาบวร์กซานโตโนเร่ที่จะทำให้ผู้ชื่นชอบการช้อปปิ้งใช้เวลาทั้งวันในการเลือกซื้อและ จับจ่าย ใช้สอยอย่างไม่รู้เบื่อ หากคุณเป็นนักชิม คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การชิม สำหรับรสชาติ อาหาร แบบใหม่เช่นเดียวกับรสชาติแบบต้นตำหรับจากภัตตาคารและร้านอาหารมากมายในกรุงปารีส ซึ่ง ได้รับการยกย่องและยอมรับระดับโลกเกี่ยวกับคุณภาพของอาหารและรสชาติที่เยี่ยมยอด นอกจากนี้ ปารีสยังเป็นเมืองที่ได้รับการยอมรับระดับโลกอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นการรักษาสมดุลที่ยอดเยี่ยม เห็นได้จากการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของเมืองแต่ยังคงรักษาความสมดุลของสิ่งต่างๆ อย่างดีเยี่ยม ทั้งความขัดแย้ง และความงดงาม เช่น วิวของเมืองจากหอไอเฟล หรือโบสถ์ ซาเคร-เกอร์ ซึ่งมี สิ่งปลูกสร้างที่โดดเด่น และเป็นสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้จำนวนนับร้อยรายการให้นักท่องเที่ยว ได้ เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก แต่วิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวชม กรุงปารีสเพียงคุณเก็บแผนที่ ของคุณลงในกระเป๋าและปล่อยให้ตัวเองหลงทางอยู่ในถนนหนทางและตรอกซอกซอยของเมืองที่เต็ม ไปด้วยความสวยงามแห่งนี้ก็จะทำให้คุณอิ่มเอมใจกับการท่องเที่ยวในปารีสได้อย่างเต็มที่แล้ว

ที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรป
ทิศเหนือติดกับเบลเยียม และ ลักเซมเบิร์ก
ทิศตะวันออกติดกับเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์และอิตาลี
ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก
และทิศใต้ติดกับอันดอร์รา สเปน และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ภูมิอากาศ

โดยทั่วไปฤดูหนาวไม่หนาวมาก และฤดูร้อนอากาศเย็นสบาย

วัฒนธรรม

ชาวฝรั่งเศสมีวัฒนธรรมการนอนกลางวัน จึงส่งผลให้ ประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสชอบนอนกลางวันตามไป ด้วย อย่างไรก็ตามในส่วนลึกของวัฒนธรรม คล้ายคลึง กับของอังกฤษอยู่แล้ว ไม่สามารถแบ่งได้ชัดเจนเด่นชัด เช่น การจับมือ ภาษา เป็นต้น

ศาสนา

คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ 85
อิสลาม ร้อยละ 10
คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ร้อยละ 2
และยิว ร้อยละ 1

การปกครอง

สาธารณรัฐฝรั่งเศสปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แบบสาธารณรัฐเดี่ยว กึ่งประธานาธิบดี

ภาษาราชการ

ฝรั่งเศส

ที่มาของประเทศฝรั่งเศส

ที่มาและประวัติของชื่อคำว่า ฝรั่งเศส (France) มาจากภาษาละติน ฟรานเซีย (Francia) ซึ่งแปลตามตรงว่า ดินแดนแห่งแฟรงค์ (Frankland) และมีหลายทฤษฎีที่สันนิษฐาน ถึงที่มาของคำว่า แฟรงค์ (Franks) ซึ่งหนึ่งในนั้นคือคำในภาษา โปรโต-เยอรมัน แฟรงค์คอน(Frankon) ซึ่งแปลว่า หอก หรือทวน เป็นอาวุธของพวกแฟรงค์ เป็นที่รู้จักกัน ในชื่อ ฟรานซิสกา (Francisca) รู้จักประเทศฝรั่งเศส( France) อีกทฤษฎีหนึ่งตามหลักนิรุกติศาสตร์คือในภาษาเยอรมันโบราณ คำว่า แฟรงค์ แปลว่า อิสระ ซึ่งตรงกันข้ามกับ ความเป็นทาส โดยคำดังกล่าวยังคงปรากฏใน ภาษาฝรั่งเศสปัจจุบันในรูป ฟรังก์ (Franc) ซึ่งเป็นสกุลเงินของประเทศฝรั่งเศสจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นสกุลเงินยูโรในปี พ.ศ. 2545 ในปัจจุบันประเทศเยอรมนียังเรียกประเทศฝรั่งเศสว่า ฟรังไครช์ (Frankreich) ซึ่งแปลว่า อาณาจักรแห่งแฟรงค์ อีกด้วย

กำเนิดของชื่อและความหมายของปารีส

คำว่า ปารีส เป็นคำที่มาจากชื่อเผ่าหนึ่งของชาวโกล เป็นที่รู้จักกันในนาม "ปารีซี" (Parisii) ซึ่งเป็นชาวเมืองที่อาศัยในสมัยก่อนโรมัน โดยที่เมืองมีชื่อเดิมว่า "ลูเทเชีย" (Lutetia) เป็นภาษาละติน (มีชื่อเต็มว่า "Lutetia Parisiorum" แปลว่า ลูเทเชียแห่งปารีซี) ในระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1 ถึง 6 ในช่วงที่อาณาจักรโรมันยึดครอง แต่ในช่วงการ ครองราชย์ของจูเลียน ดิ อโพสเทต (พ.ศ. 904 - พ.ศ. 906) ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น "ปารีส"

ปารีสมีชื่อเล่นมากมาย แต่ชื่อที่โด่งดังที่สุดคือ "นครแห่งแสงไฟ" (La Ville-lumière) ซึ่งหมายความว่าเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนและความรู้ และยังหมายความว่าเป็นเมือง ที่สว่างไสว เต็มไปด้วยแสงไฟอีกด้วย ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา นครปารีสมีชื่อเรียกในภาษาแสลงว่า "ปานาม" ส่วนชาวปารีสเป็นที่รู้จักกันในนาม "ปารีเซียน" (Parisian)

TOP

สถานที่ที่น่าสนใจ

หอไอเฟล (Eiffel Tower)

หอคอยโครงสร้างเหล็กตั้งอยู่บนถนนชองป์ เดอ มารส์ บริเวณแม่น้ำแซน ในกรุงปารีส หอไอเฟลเป็นสัญลักษณ์และเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อ ตาม สถาปนิกผู้ออกแบบ "กุสตาฟ ไอเฟล" ในปี พ.ศ. 2430 ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรำลึกถึงการปฏิวัติประชาช นที่มีอายุครบรอบ 100 ปี ใช้งบประมาณ ในการก่อสร้างถึง 71 ล้านฟรังค์ มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมความสวยงามกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชม มากที่สุดต่อปี โครงสร้างหอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น บนพื้นที่สี่เหลี่ยมจตุรัสของฐานหอคอยมีขาของหอคอย ทั้ง 4 ด้าน ในแต่ละด้านรองรับน้ำหนักของโครงสร้างโลหะกว่า 7,000 ตัน เมื่อประกอบเสร็จจะใช้ชิ้นส่วนโลหะทั้งหมด 18,000 ชิ้น และหมุดยึดอีก 2 ล้าน 5 แสน ตัว เพื่อประกอบเป็น หอคอย ทั้งหมดใช้เพียงเหล็กท่อนแบนและแผ่นเหล็กในการประกอบหมุด 2 ล้าน 5 แสนตัว ที่ใช้ยึดโครงเหล็กของหอไอเฟล จุดถ่ายรูปหอไอเฟลที่ดีที่สุด คือ ลานหน้าปราสาท Palais de Chaillot ใกล้ๆ กับสถานีทรอทคาเดโร (Trocadéro) จากมุมนี้จะเห็นภาพหอไอเฟลแบบเต็มจอ ไม่มีต้นไม้เสาไฟฟ้าบังให้เสียอารมณ์ นักท่องเที่ยว แอ็คท่ากันสุดชีวิต ท่าพิงหอ แบกหอ จับหอ แล้วแต่ใครจะคิดสร้างสรรค์ให้เป็นที่เฮฮาของผู้พบเห็น


ถนนชองป์เซลิเซ่ (Avenue des Champs-Élysées)

ชองป์เซลิเซ่ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างความสง่างามของประตูชัยและจตุรัสคองคอร์ด จุดเริ่มต้นของถนนชองป์เซลิเซ่เริ่มจากจตุรัส คองคอร์ด ซึ่งมี เสาโอเบลิสก์ (Obelisque) สูง 23 เมตรตั้งเด่นอยู่กลางจตุรัสขนาดใหญ่ ถนนชองป์เซลิเซ่เป็นมากกว่าชื่อในตำนาน ถนนแห่งนี้เป็นย่านที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ความเจริญรุ่งเรือง และกลิ่นอายของกาแฟหอมกรุ่นและน้ำหอมชั้นเลิศแผ่กระจายไปทั่ว เป็นถนนเส้นหลักและเป็นย่านการค้าที่ประกอบด้วยโรงละคร คาเฟ่ และร้านค้าหรูหรา สองข้างทางมีต้นเกาลัด ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงรายสองข้างทางหล่อหลอมความโรแมนติกที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้

ประตูชัยนโปเลียนแห่งฝรั่งเศส
(Arc de Triomphe de l'étoile)

ประตูชัยเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญในกรุงปารีส สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหาร ผู้ต่อสู้เพื่อประเทศฝรั่งเศสและเสียชีวิตในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสและสงคราม นโปเลียน ประตูชัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "แนวเส้นตรงทางประวัติศาสตร์" (L'Axe historique) ซึ่งเป็นถนนเส้นตรงจากสวนพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ไปยังชานเมืองปารีส ประตูชัย แห่งนี้ ออกแบบโดยฌอง ชาลแกร็งในปี พ.ศ. 2349 และที่นี่นักท่องเที่ยว สามารถขึ้นไปชมชั้นบนของประตูชัยได้ โดยเดินขั้นบันได 284 ขั้น หรือใช้ลิฟต์ จากจุดสูงของประตูชัยนี้ คุณจะได้ชมและเก็บภาพถนน ฌ็องเซลิเซ่และ ถนนสายอื่นๆ รวม 12 สายที่ทอดยาวมุ่งสู่ประตูชัยนี้

พระราชวังแวร์ซายส์ ( The Palace of Verseilles )

พระราชวังแวร์ซายส์ เป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ในระดับโลก สร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มีนายช่างสถาปนิก อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็น ผู้ออกแบบ เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) ใช้เวลาในการสร้างอยู่นานถึง 30 ปี จึงแล้วเสร็จ ใช้คนงาน 30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว สิ้นเงินค่าสร้าง 5 ร้อยล้านฟรังก์ ซึ่งเก็บมาจากภาษีอากรของประชาชน จนทำให้เกิด ความไม่พอใจและต่อต้านราชวงศ์ขึ้น และเป็นจุดจบของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และ พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette) ปัจจุบันพระราชวังยังมีความ สมบูรณ์สวยงามและเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เข้าชมเป็นแบบอย่าง และ ศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามมาก

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ( Louvre Museum )

พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ หรือในชื่อทางการว่า เดอะ แกรนด์ ลูฟร์ (The Grand Louvre) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เดิมทีเคยเป็นพระราชวังหลวงก่อนที่ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 จะย้ายไปประทับที่พระราชวังแวร์ซายส์ ปัจจุบัน ลูฟร์ ใช้เป็น สถานที่จัดแสดง และเก็บรักษา ผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกจำนวนมาก รวมไปถึงภาพโมนาลิซ่าผลงานของของลีโอนาร์โด ดาวินซี และอเล็กซาน ดรอส ศิลปะภาพวาดชิ้นเอกของโลกด้วย ไม่เพียงแต่ศิลปะภาพวาด และโบราณวัตถุ ฝรั่งเศสเท่านั้น แต่เราจะได้ยลภาพวาด รูปปั้น และวัตถุโบราณจาก อียิปต์ กรีก โรมัน เอทรุสแกน (Etruscan กลุ่มชนอารยธรรมที่อยู่บริเวณ ตอนกลาง ของอิตาลี) ตะวันออกกลาง และศิลปะของอิสลามอีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ เที่ยวในปารีส ที่ต้องไปเยือนเพราะมีทั้งสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงามและเป็นพิพิธภัณฑ์ ทางศิลปะ ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ที่นี่ ยังเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมากที่สุด ในกรุงปารีส ดังนั้น คุณจึงไม่ควร พลาดในการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ลูฟร์แห่งนี้

เรือบาโตมูซ (Bateaux Mouches)

บาโตมูซ คือการล่องเรือเพื่อเที่ยวชมเมืองปารีสของฝรั่งเศส ซึ่งจะล่องน้ำไปตามแม่น้ำแซนเพื่อชมเมืองปารีสโดยรอบ เรือที่นำเที่ยวนี้เป็นที่นิยมมากในปารีส เรือมีที่นั่งเยอะ และจะมีบริเวณ ที่เปิดและปิดหลังคาให้เลือกนั่งได้ ใช้เวลาในการชมเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งหลายๆ บริษัทมีการให้บริการอาหารกลางวัน รวมไปถึงอาหารเย็นบนเรือ อีกด้วย การล่องเรือบาโตมูซ ในช่วงระหว่าง พระอาทิตย์ตกดิน จะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศช่วงที่สวยงามและโรแมนติกที่สุดของกรุงปารีส

มหาวิหารนอเทรอดาม
( Notre Dame Cathedral )

มหาวิหารนอเทรอดาม เป็นมหาวิหารในสมัยกอธิค ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสคำว่า นอเทรอดาม (Notre Dame) ในชื่อของมหาวิหาร นั้นแปลว่า"Our Lady" หรือก็คือ พระแม่มารีนั้นเอง เป็นสถานที่ที่อยู่คู่กับเมืองปารีส มาช้านาน และมีชื่อเสียงด้านความใหญ่โตหรูหรา มีสถาปัตยกรรมที่งดงามมาก ปัจจุบันมหาวิหารก็ยังใช้เป็นวัดของนิกาย โรมันคาทอลิกและเป็นที่นั่งของอาร์ชบิชอป แห่งปารีส มหาวิหารนอเทรอดามถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุดในสิ่งก่อสร้าง ยุคกอธิคแบบฝรั่งเศส เคล็ดลับในการชมโบสถ์นอเทรอดามนั้น แนะนำให้ไปชม ช่วงเช้า เพราะดวงอาทิตย์จะส่อง กระทบกับซุ้มประตูทางทิศตะวันตกของโบสถ์ มองดูแล้วเหมือนเป็นประกายเพชรที่ระยิบระยับจับตาเพิ่มความหรูหรา ให้กับโบสถ์ ได้เยอะเลยทีเดียว

ย่านมงมาร์ต (Montmartre)

ย่านมงมาร์ต (Montmartre) เคยถูกเรียกว่า “มง ออฟ มาร์ (Mount of Mars)” หรือภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนครปารีส จริงๆแล้วความสูงเพียง 130 เมตรฟังดูไม่สูง มากมายนัก แต่เพราะแผ่นดินรอบแม่น้ำแซนล้วนเป็นที่ราบต่ำ จึงทำให้มงมาร์ต ตระหง่านโดดเด่นออกมาราวกับเป็นภูเขาย่านนี้เคยเป็นที่ตั้งทางทหารแต่เมื่อ สงครามผ่านไป แหล่งบันเทิงก็เข้ามา แทนที่ แถมอยู่นอกเขตกรุงปารีส ก็เลยไม่ต้อง เสียภาษีหลายอย่าง และยังมีไร่องุ่นแห่งสุดท้าย ของปารีส Montmartre vineyard ย่านนี้จึงกลายเป็นแหล่งบันเทิงร้านอาหาร ให้ชาวเมือง มานั่งชิมไวน์กัน นอกจากนี้ สมัยที่มีการปฏิรูปเมือง คนจน คนมีฝัน และศิลปินที่อยากใช้ชีวิตในกรุงปารีส ก็ย้าย มาอยู่กันในเขตนี้จนกลายเป็นชุมชนใหญ่ไปเลย ย่านมงมาร์ตเป็นอีกหนึ่ง จุดชมวิว ปารีสที่ดีที่สุด โดยเฉพาะบริเวณลานหน้าวิหารซาเครเกอร์ (La Basilique du Sacré Cœur) ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดอีกแห่ง หนึ่งมองเห็นวิว กรุงปารีสแบบพาโนรามาเลยทีเดียวชมวิหารชื่อดัง ก่อนจะเดินต่อ อีกนิดไปดื่มด่ำกับความศิลปะภาพวาดที่เหล่าศิลปินรวมตัวกันรังสรรค์งานของ แต่ละคน ที่จตุรัสพลาสดูเตอ(Place du Tertre)

ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์
(Galeries Lafayette)

ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galeries Lafayette) เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่และ มีชื่อเสียง ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่ ใกล้กับโรงโอเปร่าการ์นิเยร์ (Opera Ganier) มีสาขาอยู่ ตามเมืองใหญ่ๆมากมายในหลายๆประเทศ แต่ที่ดูจะโด่งดัง ขึ้นชื่อ ที่สุดคงเป็นสาขาปารีส

TOP

กิจกรรมที่น่าสนใจ

สินค้าและของฝากจากปารีส

ช็อคโกแลต
ช็อคโกแลตจากปารีสถือเป็นของฝากที่ยอดนิยมอันดับต้นๆ มีราคาไม่สูงมากนักและมีรสชาติละมุน ลิ้น เหมาะกับการเป็นของฝากได้สำหรับทุกโอกาสและทุกเพศทุกวัย ชาวปารีสชื่นชอบ และทาน ช็อคโกแลต กันได้ตลอดเวลา สามารถหาซื้อได้ทั่วไปไม่ว่าจะเป็นตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านขาย ช็อคโกแลตโดยเฉพาะอีกทั้งยังมีรสชาติแปลกใหม่ที่ไม่มีขายที่อื่นเช่นช็อคโกแลตรสครีมบูเล่รส ทีรามิสุ และอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกได้ตามใจชอบ

โปสการ์ด หรือภาพวาด
ปารีสเป็นเมืองเต็มไปด้วยความโรแมนติก ทำให้นักท่องเที่ยวจะพบเห็นนักวาดภาพศิลปินอิสระ นั่งออกแบบ ผลงานศิลป์ที่สวยงามตามท้องถนนอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะย่านมงมาร์ตแหล่งรวม ศิลปินของเมืองนี้ ดังนั้นโปสการ์ดภาพสีน้ำหรือภาพวาดสวยๆของเมืองปารีสก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ดี สำหรับซื้อมาตกแต่ง ฝาผนังบ้านหรือจะเป็นของฝากที่ล้ำค่า สำหรับเก็บรักษาเป็นความทรงจำ ดีๆของการมาเยือนปารีส

มินิหอไอเฟล
คงจะไม่มีอะไรที่จะเป็นสิ่งแทนความเป็นปารีสได้ดีเท่ากับสัญลักษณ์ของปารีส นั่นก็คือ หอไอเฟล ไซส์ขนาดเล็ก ของฝากยอดฮิต มีให้เลือกหลากหลายแบบในราคาที่คุ้มค่าและเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น พวงกุญแจ ของประดับบ้านหอไอเฟล แม็กเนทที่ติดตู้เย็น หรืออื่นๆ สามารถเก็บเป็นคอลเลคชั่น ไว้ใส่ในตู้โชว์ที่บ้าน ก็สวยงามไปอีกแบบ

น้ำหอม
เป็นของฝากที่ได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มี การผลิตน้ำหอมมากที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่งไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Calvin Klein, Balenciaga, Loewe, Paco Rabane, Burberry, Prada, Gucci, Armani ถึงแม้น้ำหอม แบรนด์พวกนี้จะเป็นชื่อแบรนด์ที่มาจาก ประเทศอเมริกา สเปน อิตาลี อังกฤษเป็นต้น แต่ราคาของน้ำหอมเหล่านี้จะไม่แพงเท่าบ้านเรา

ชุดถ้วยชา/กาแฟ สไตล์ปาริเชียน
ชุดถ้วยจานชา/กาแฟสีขาวสวยงามในสไตล์หรูหราแบบชาวปารีสซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคา ประหยัด คุ้มค่ากับการนำมาตกแต่งบ้านหรือเป็นชุดของฝาก

อาหารการกิน

อาหารจานเด็ดในประเทศฝรั่งเศสหากไปถึงฝรั่งเศสอย่าลืมลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อเหล่านี้

อาหารทะเลสดๆ (Fruits de mer) คือ ประกอบด้วยกุ้ง หอย และปูหลากชนิดลวกพอสุก จัดวาง บนน้ำแข็งเกล็ดในถาดใบโต รับประทานโดยการบีบมะนาว และจิ้มน้ำส้มสายชูใส่หัวหอมซอย ถ้าจะให้ดีต้อง กลั้วคอด้วยไวน์ขาว และแนมให้หนักท้องด้วยข้าวไรย์ทาเนย อาหารจานนี้เป็นอาหาร เมืองชายทะเล ภาคตะวันตก

ไก่อบซอสไวน์แดงใส่หอม และเห็ดดุม (Cog au vin) เป็นอาหารที่ภัตตาคารแทบทุกแห่ง จะต้อง บรรจุไว้ในเมนู

ซุปหัวหอม (Soupe a l' oignon) เป็นอาหารที่สำคัญอีกจานหนึ่ง หอมหัวใหญ่จะถูกหั่นเป็นเส้น บางๆ เคี่ยวจนเกือบเละในน้ำซุปรสเข้ม เมื่อจะเสิร์ฟ จึงลอยขนมปังที่อบร้อนโดยมีเนยแข็งวางอยู่ ข้างบน และฟินด้วยชีสแบบเต็มคำ

หอยทากเอสคาร์โก (Escargots a la Bourguignonne) อบจนสุก พอออกจากเตาร้อนๆ ก็เอาเนยสดที่ผสมเครื่องเทศใส่ลงไปจนเต็มปากหอย รับประทานเรียกน้ำย่อย

ตับบดปรุงรสด้วยเครื่องเทศ (Pate de foie gras) ทำจากตับห่านหรือตับเป็ดหากไม่บด ก็อาจ เป็นชิ้นๆ ปรุงด้วยเหล้าบรั่นดี


ขนมปัง ขนมปังของฝรั่งเศสที่เรียกว่า บาแกตต์ (Baquette) มีเอกลักษณ์พิเศษกว่าใครด้วยการ ทำเป็น ทรงยาวกว่า 2 ฟุต เส้นผ่าศูนย์กลาง 2-3 นิ้ว เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออก เป็นชิ้นๆ อีกชนิดที่นิยมคือ ครัวซอง


ขนมหวาน ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่

  • เครป (Crepe) เป็นเหมือนอาหารว่างมากกว่า พบเห็นทั่วไป ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ เครปซูเซตต์ หรือเครปน้ำตาลใส่น้ำส้มและเหล้า
  • มารองกลาสเซ่ (Marron Glace) หรือเกาลัดเชื่อมหวานรสนิ่ม ร้านที่ขึ้นชื่อ คือร้านฟูโช (Faucho)
  • เอแคลร์ (Eclair) ขนมอบใส่ใส้ครีม

การช้อปปิ้ง

  • โดยปกติตามเมืองใหญ่ ๆ ร้านค้าทั่วไปจะเปิดทำการระหว่าง 10.00-19.00 น. ตั้งแต่ วันจันทร์-วันเสาร์
  • ในต่างจังหวัดมักจะปิดวันจันทร์และเวลาอาหารกลางวัน 12.00-14.00 น. หรือ 13.00-15.00 น . บางแห่งอาจเปิดบริการถึง 21.00 น. สัปดาห์ละครั้ง
  • ร้านอาหารทั่วไปเปิดบริการตั้งแต่ 08.00 น. รวมทั้งเช้า วันอาทิตย์
  • ในช่วงวันหยุดร้านค้าโดยปกติจะปิดทำการทั้งหมด และร้านขนมปังจะเปิดบริการแต่เช้า ห้างสรรพสินค้าโดยทั่วไปจะมีสาขาในเมืองใหญ่นอกปารีส และมีบริการเพิ่มเติมด้านล่าม ภาษาต่างประเทศ แลกเงินตราระหว่างประเทศ และสินค้าปลอดภาษี
  • ห้างสำคัญ ๆ ได้แก่ Printemps, Galeries Lafayette, Bon Marché, Samaritaine และ BHV ส่วนห้างในเครือ Virgin Megastore & FNAC จะเน้นด้านสินค้าบริโภค ทางวัฒนธรรม เช่น หนังสือ ดนตรี อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์กล้องถ่ายรูป และสถาน บริการขายตั๋วสำหรับการแสดงและการเดินทาง ปารีสซึ่งเป็นเมืองแฟชั่น เครื่องสำอาง และ เครื่องแต่งกาย จะอยู่ในพื้นที่ Avenue Montaigne (Yves Saint Laurent, Christian Dior...), Faubourg Saint-Honoré (Hermès, Gucci), Place de la Made leine, Saint-Sulpice quarter หรือ Sèvres-Babylone, ระหว่างถนน Rues de Grenelle และ Rue du Cherche-Midi และ Rue des Saints-Pères (Versace, Sonia Ryckiel...) สินค้าแบรนด์เนม ในเขต Agnès B. and Claudie Pierlot (at Les Halles or Saint-Sulpice), Kenzo (Place des Victoires), Ventilo, Et Vous... in the Marais...
  • ตลาดสินค้าที่ต่อรองราคาได้จะมี 2 แห่ง คือ Porte de Vanves และ Porte de Saint -Ouen ซึ่งอยู่ชานเมืองในร้าน Duty Free หากซื้อสินค้ามูลค่าตั้งแต่ 182.94 ยูโร ขึ้นไป ในวันและร้าน เดียวกันสินค้าบางประเภทจะได้รับส่วนลด 12%

เกร็ดน่ารู้

ภาษา

ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาประจำชาติ และไม่นิยมใช้ภาษาอังกฤษแพร่หลายมากนัก

การให้ทิป

การเรียกชำระเงินในที่พัก บาร์และร้านอาหารนั้นกฏหมายกำหนดให้คิดราคาโดยรวมภาษี และ ค่าบริการไว้แล้วประมาณ 10-15% แต่ลูกค้าอาจวางเงินจำนวนเล็กน้อยไว้เพื่อเป็น ค่าตอบแทน สำหรับผู้ให้บริการได้เช่นกัน ยกเว้นหากคุณไม่พอใจการให้บริการครั้งนั้น สำหรับร้านอาหารขนาด ใหญ่มีธรรมเนียมในการวางทิปไว้ประมาณ 5% จากราคาอาหาร ทั้งหมด หากคุณใช้บริการนำเที่ยว คุณควรให้ทิปไกด์นำเที่ยวประมาณ 1 - 2 ยูโร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่คุณใช้บริการ การใช้บริการ รถแท๊กซี่ควรให้ทิปคนขับรถประมาณ 0.5 – 1 ยูโร ช่างทำผมควรให้ทิปประมาณ 10 % จาก ค่าบริการที่แจ้งในบิล

การทักทาย

คุณสามารถกล่าวทักทายว่าบงชู (Bonjour) ซึ่งหมายถึงสวัสดีตอนเช้า หรือ บงซัว (Bonsoir) ที่หมายถึงสวัสดีตอนเย็น และกล่าวลาเมื่อจะจากไปด้วยคำว่า "โอ(เครอ)วัว (Au revoir)" ที่แปลว่า ลาก่อนและกล่าวขอบคุณว่า "แม็กซิ (Merci)” วิธีทักทายสำหรับ คนที่รู้จักกันนั้นคือการแลก จูบแก้มซึ่งกันและกันไม่ว่าคู่ทักทายของคุณจะเป็นหญิงหรือชาย ตามงานพิธีต่างๆ ชาวฝรั่งเศสใช้วิธี ชนแก้มกันทั้งสองข้าง ว่ากันว่าชาวปารีสนิยมแนบแก้ม กันถึง 4 ครั้ง ถ้าเป็นเมืองนอกเขตปารีส ทำเพียง 2 ครั้ง

อื่นๆ

1. เมื่อไปรับประทานอาหารตามภัตราคารอย่าตะโกนเรียกบริกรว่า"การ์ซ็อง(garcon)" ที่ตรงกันกับ ภาษาอังกฤษว่าboy ซึ่งในภาษาฝรั่งเศสถือว่าไม่สุภาพ ควรเรียกว่าเมอซิเออร์ และกล่าวคำว่า ซิล วู เปล ซึ่งแปลว่ากรุณา เวลาสั่งอาหารหรือขออะไรเพิ่มเติมจึงถือว่าสุภาพ และควรถอดหมวก เสื้อคลุม โอเวอร์โค๊ดหรือแจ้กเก็ตเพื่อแสดงความเคารพต่อสถานที่ก่อน ทุกครั้ง

2. สนามหญ้าในฝรั่งเศสมีไว้ให้ดูและชื่นชมความเขียวชอุ่มห้ามแตะต้องเด็ดขาดยกเว้นตาม สนามหญ้า ที่เปิดเป็นสาธารณะ หากคุณละเมิดกฏเข้าไปในสนามหญ้าซึ่งมีป้าย Pelouse Interdite แปลว่า สนามหญ้าห้ามเข้า กำกับอยู่ ถือว่าคุณทำผิดกฏหมาย

3. เมื่อชาวฝรั่งเศสต้องการโบกมือลาเขาจะยกมือพร้อมกับขยับนิ้วขึ้นลงๆ

4. รถแท็กซี่ในฝรั่งเศสนั่งได้ 3 คน เฉพาะที่ตรงด้านหลังคนขับเท่านั้น ที่นั่งด้านขวามือ ข้างหน้า คู่กับคนขับนั้น มักไว้ให้เป็นที่นั่งของสัตว์เลี้ยง

หน่วยเงินตรา

ยูโร (euro)

ระบบน้ำประปา

น้ำประปาในฝรั่งเศสสะอาดจนสามารถดื่มได้จากก๊อกเลย แต่ถ้าน้ำจากก๊อกที่ไหนไม่สะอาดพอ จะมีป้ายบอก ไว้เสมอว่าไม่สามารถดื่มได้ หรือคำว่า eau non potable ลองสังเกตดู

ระบบไฟฟ้า

ฝรั่งเศสใช้ระบบไฟฟ้าเหมือนประเทศไทยคือเป็นแบบ 220 โวลต์ บางที่ก็เป็นปลั๊กสองตา บางที่ก็เป็นปลั๊กชนิดสามขา เพราะฉะนั้นจำเป็นต้อง เตรียมปลั๊กเสียบ หรือ Adapter มาจากเมืองไทย จะได้สามารถใช้ปลั๊กได้ทั้ง 2 แบบ

โทรศัพท์

  1. การใช้โทรศัพท์จากประเทศไทยไปฝรั่งเศส หมุนหมายเลข 001-33-หมายเลขปลายทางในฝรั่งเศส 9 หลัง
  2. การใช้โทรศัพท์ภายในประเทศฝรั่งเศสใช้หมายเลข 10 ตัว ทั้งประเภทโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์เคลื่อนที่
  3. การใช้โทรศัพท์ออกไปต่างประเทศจากฝรั่งเศส กด 00+รหัสประเทศ+รหัสพื้นที่+หมายเลขโทรศัพท์ หากต้องการต่อฝ่าน Operator ให้ต่อไปที่ 00+33+รหัสประเทศ
  4. โทรศัพท์สาธารณะสามารถใช้ได้กับทั้งโทรศัพท์และบัตรธนาคาร บัตรโทรศัพท์สามารถหาซื้อได้ตามไปรษณีย์ และBar Tabac ซึ่งสามารถ ใช้โทรภายในและระหว่างประเทศ โดยมี 2 ชนิด คือแบบ 50 ยูนิต (7.41 ยูโร) และแบบ120 ยูนิต (14.74 ยูโร)
  5. บนรถไฟ TGV และ Eurostar trains คุณสามารถใช้บัตร VISA & MASTERCARD / EUROCARD เท่านั้น ในการใช้โทรศัพท์
TOP

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น