มหัศจรรย์ธรรมชาติ ดินแดนขอบฟ้าขั้วโลกเหนือ ภาพธารน้ำแข็งที่กว้างใหญ่ทอดยาวจรดผืนน้ำ

บ้านเรือนสีพาสเทล รอคอยต้อนรับคุณ หนึ่งในเส้นทางเรือสำราญที่คุณควรมีโอกาสได้สัมผัสสักครั้งในชีวิต


การสัมมนาระดับผู้นำ 2563
ล่องเรือสำราญอลาสก้า

ข้อมูลทั่วไป

general information

ชื่อ อลาสก้า นั้นน่าจะเพี้ยนมาจากคำในภาษาแอลิอุต ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นว่า Alyeska แปลว่า ดินแดนที่ไม่ใช่เกาะ และเป็นดินแดนที่มีคำขวัญว่า North to the future ชื่อเล่นประจำ รัฐอลาสก้า คือ The last frontier ซึ่งหมายความว่า "ดินแดนด่านสุดท้าย"

รัฐอลาสก้ามีพื้นที่ทางตะวันออกติดต่อกับดินแดน ยูคอนเทร์ริทอรี และรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา ทางใต้ติดต่อกับ อ่าวอลาสก้า และมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับ ทะเลเบริง ช่องแคบเบริง และทะเลชุคชี ส่วนทางเหนือติดกับ ทะเลโบฟอร์ต และมหาสมุทรอาร์กติก

อลาสก้า เป็นรัฐที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีภูเขาไฟอยู่ 41 ลูก ที่อันตรายที่สุดคือ ภูเขาออกัสติน เมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐคือ Anchorage มีประชากรราว 3 แสนคน ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของรัฐ แต่เมืองหลวงของรัฐคือ Juneau สาเหตุที่ได้เป็นเมืองหลวงทั้งๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าก็เพราะว่าอยู่ใกล้แผ่นดินแม่มากกว่า

อลาสก้าไม่มีพื้นที่ติดต่อกับแผ่นดินใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกาเลย ดังนั้นค่าครองชีพที่อลาสก้าแพงกว่ารัฐอื่นๆ โดยเฉพาะอาหารเพราะหิมะปกคลุมตลอดไม่สามารถทำการเกษตรปลูกอะไรได้เลย เช่น สับปะรด และกล้วยที่นำเข้าจากฮาวาย และอื่นๆ ที่นำเข้าจากรัฐข้างล่าง และต่างประเทศ

ภูเขาออกัสติน
Augustine Volcano
แองเคอเรจ
Anchorage
จูโน
Juneau
อาหารนำเข้าจากฮาวาย และที่อื่นๆ

ภูมิอากาศ และอุณหภูมิ

Climate &temperature

ฤดูใบไม้ผลิ

เดือนมีนาคม-เดือนพฤษภาคม
อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน

เดือนมิถุนายน-เดือนสิงหาคม
อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 กว่าองศาเซลเซียส และอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส อุณหภูมิช่วงฤดูร้อนอาจรู้สึกร้อนกว่าเมืองไทย เพราะอากาศมีความแห้งสูงโดยเฉพาะทางตอนเหนือของรัฐที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ตลอด 24 ชั่วโมง

ฤดูใบไม้ร่วง

ดือนกันยายน-เดือนพฤศจิกายน
อากาศเริ่มเย็นลง เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงส้มเต็มพื้นที่

ฤดูหนาว

เดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์
อุณหภูมิติดลบ เป็นช่วงที่ไม่นิยมเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวใน ดินแดนนี้

โดยฤดูกาลท่องเที่ยวอลาสก้าจะเริ่มกันอย่างจริงจัง ประมาณกลางเดือนพฤษภาคม-กันยายนของทุกปี

เวลาท้องถิ่น

Alaskan Time Zone

ช้ากว่าเมืองไทย 16 ชั่วโมง และ 15 ชั่วโมง ในช่วง Daylight Saving Time ครอบคลุมพื้นที่รัฐAlaska

ประวัติดินแดนอลาสก้า

History of the Alaska

เมื่อปี ค.ศ. 1867 หรือประมาณ 150 ปีก่อน สหรัฐอเมริกายังไม่ใช่มหาอำนาจอย่างทุกวันนี้ ส่วนรัสเซียที่เป็นมหาอำนาจปกครองโดยพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 2 ก็ไม่รู้ว่าจะทำประโยชน์อะไรกับดินแดนกว้างใหญ่ที่รกร้างว่างเปล่านี้ ก็เลยทำสัญญาซื้อขายดินแดนกับทางสหรัฐอเมริกา โดยลงนามกันเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ.1867 ด้วยสัญญามูลค่า 7,200,000 ดอลลาร์ ตอนนั้นรัสเซียก็ดีใจที่ขายไปได้ แต่ทางฝ่ายสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะ นายวิลเลี่ยม เซวาร์ด รัฐมนตรีต่างประเทศ กลับโดนล้อว่าเสียเงินไปมากมายเพื่อซื้อก้อนน้ำแข็ง และดินแดนว่างเปล่ามาแบบไร้ประโยชน์

แต่เมื่อตอนหลังเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เพราะมีการค้นพบทองคำมากมายในดินแดนแห่งนี้ จนทำให้มูลค่าของดินแดนเพิ่มขึ้นพรวดพราด ต่อมายังมีการค้นพบน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ รวมถึงทรัพยากรทางป่าไม้อีกมากมายที่มีประโยชน์จนทำให้อเมริกานั้นคืนทุนพร้อมกับกำไรอีกหลายเท่าตัว ส่วนทางรัสเซียก็กลายเป็นฝ่ายเจ็บใจเมื่อสุดท้ายแล้วดินแดนที่ตนคิดว่าไร้ประโยชน์กลับมีค่ามหาศาล และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศคู่แข่งอย่างอเมริกายิ่งใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้

พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2
Nikolai Alexandrovich II
วิลเลี่ยม เซวาร์ด
William H. Seward
การค้นพบทองคำ
Alaska Gold Rush
น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
Oil and Gas

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

เมืองจูโน่ (Juneau)

จูโน่ คือเมืองหลวงแห่งดินแดนอลาสก้านี้ ด้วยความที่เมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขา และทะเลทำให้เข้าถึงได้ยาก ดังนั้นภายในเมืองจะอุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามซึ่งเป็นเสน่ห์ชั้นเลิศของเมืองรวมถึงความเก่า และใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

Red Dog Saloon

จูโน่เป็นเมืองที่พบทองคำครั้งแรกใน ค.ศ.1880 จึงได้นำชื่อของนายจูเซป จูโน่ ผู้พบทองคำมาตั้งเป็นชื่อเมือง เมืองนี้มีขนาดเล็กแต่ดูเรียบร้อย กลางเมืองใกล้ท่าเรือมีบาร์ชื่อ Red Dog Saloon ร้านนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยยุคตื่นทอง และยังคงตกแต่งร้านเหมือนเดิมทั้งหมด ที่พื้นโรยด้วยขี้เลื่อยถ้าใครสั่งเครื่องดื่มมากๆทางร้านจะมอบประกาศนียบัตรให้ด้วย

เนายจูเซป จูโน่
Joseph Juneau (1826-1899)
อนุสาวรีย์ของสุนัขผู้ซื่อสัตย์
Patsy Ann
ธารน้ำแข็งเมนเดรนฮอลล์ เกรเชอร์
Mendenhall Glacier

ส่วนตรงสะพานท่าเรือจะมี อนุสาวรีย์ของสุนัขผู้ซื่อสัตย์ ซึ่งสมัยมีชีวิตอยู่มันจะมาคอยต้อนรับนักแสวงโชคทุกคนที่เดินทางมาถึงเมืองจูโน่

ส่วนสถานที่ที่ไม่ควารพลาดเมื่อไปถึงเมืองจูโน่นั่นก็คือการไปชมธารน้ำแข็งเมนเดรนฮอลล์ เกรเชอร์ (Mendenhall Glacier) อันยิ่งใหญ่

อุทยานแห่งชาติแห่งนี้กินอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุด และสวยที่สุดแห่งหนึ่งของอลาสก้า น้ำแข็งจากทุ่งน้ำแข็งเบื้องบนเลื่อนไหลลงมาเป็นทางคดเคี้ยวยาวกว่า 12 ไมล์ เหมือนแม่น้ำสายใหญ่แม้เราจะไม่เห็นอาการไหลของน้ำแข็งกับตาแต่เสียงเอี๊ยดๆ ซึ่งเป็นเสียงน้ำแข็งเลื่อนตัวจากสถิติบอกว่าการเลื่อนของธารน้ำแข็งประมาณวันละ 2 ฟุต และของที่ระลึกของเมืองนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับยุคตื่นทอง

ของที่ระลึก

Souvenir

มีสิ่งที่พูดถึงว่าถ้าเรากลับมาจากการไปเยือนอลาสก้าแล้ว จะมีอะไรที่เป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเรา

เราเคยไปในดินแดนของอินเดียนแดง เราเคยไปในถิ่นของปลาแซลมอนหรือเราเคยไปในถิ่นของนกอินทรี
ของที่ระลึกในรูปแบบของชาวอินเดียนแดง งานฝีมือที่อินเดียนแดงแกะสลัก
แม้แต่ปลาแซลมอนก็หาซื้อได้ในเมืองหลวงของปลาแซลมอนก็คือเมืองแคทชิแกนซึ่งจะมีอยู่ทั่วไป
ของที่ระลึกรูปแบบงานของรัสเซีย ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ระบายสีได้อย่างคลาสสิกในศิลปะสไตล์รัสเซียก็สามารถนำมาเป็นของที่ระลึกได้

ดังนั้นของที่ระลึกที่มีอยู่มากมายในอลาสก้าสามารถที่จะนำมาเป็นของฝากเพื่อใช้เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีในการรำลึกถึงช่วงเวลาที่เราได้เดินทางท่องเที่ยวในดินแดนนั้นๆ เพราะการไปเที่ยวอลาสก้าถือเป็นดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาก และเป็นที่กล่าวถึงกันมากของแวดวงการท่องเที่ยว

เกร็ดน่ารู้

ALASKA Tips

ธารน้ำแข็งเมนเดรนฮอลล์ เกรเชอร์
Mendenhall Glacier

การเกิดของธารน้ำแข็ง (Glacier)

ธารน้ำแข็งเป็นมวลของน้ำแข็งที่ได้จากการสะสมตัว การรวมตัวกันอย่างหนาแน่น และการตกผลึกใหม่จากหิมะที่ไหลอยู่ภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วง หิมะซึ่งสะสมตัวอยู่ตามยอดเขา ถ้าภูมิอากาศเหมาะสม อาจสามารถคงอยู่ได้โดยไม่มีการละลายเป็นหลายร้อยหลายพันปี

ปลาแซลมอน
SALMON

ปลาแซลมอน (SALMON)

ในฤดูวางไข่ของปลาแซลมอน ประมาณเดือนสิงหาคม ปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่ด้านบน และจะมีหมีคอยจับปลาพวกนี้กินเป็นอาหาร ปลาแซลมอนเมื่อวางไข่แล้วก็จะตายในทันทีปลาชนิดนี้จะเกิดในน้ำจืด แต่โตในน้ำทะเล และจะกลับมาวางไข่ในน้ำจืดอีกครั้ง

ในช่วงระหว่างที่แซลมอนเติบโตในน้ำทะเล แซลมอนจะสะสมไขมันจากการกินแพลงตอน และสาหร่ายทะเล ซึ่งเป็นไขมันจำเป็นที่ร่างกายของมนุษย์ต้องการแต่ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้นั่นคือกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เรียกว่า โอเมก้า 3 และเชื่อกันว่าปลาทะเลเขตหนาวจากอลาสก้าจะมีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาจากเขตร้อน โดยเฉพาะปลาแซลมอนจัดว่าเป็นปลาที่มีโอเมก้า 3 สูงกว่าปลาทะเลชนิดอื่นๆ

หมีกรีซลีย์
Grizzly Bear

หมีกรีซลีย์ (Grizzly Bear)

หรือหมีน้ำตาลเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอาศัยอยู่ในป่าตามหุบเขาทางตะวันตกฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ทางตอนเหนือของรัฐอลาสก้า และแคนาดา หมีชนิดนี้มีประสาทการดมกลิ่นดีกว่าประสาทตา และหูของตัวมันเอง มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมาก บริเวณรอยต่อของแขนทั้ง 2 ข้างคือ หนอก ซึ่เป็นข้อแตกต่างของหมีกรีซลีย์กับหมีชนิดอื่นๆ กล้ามเนื้อตรงนี้ทำให้มีพลังในการขุด ตะปบ ปีนป่าย และวิ่ง

หมีกรีซลีย์ จะใช้ช่วงเวลาในฤดูหนาวจำศีลประมาณ 5-7 เดือน และตามธรรมชาติจะออกลูกครั้งละ 1-4 ตัวราวๆ เดือนกุมภาพันธ์ หลังจากนั้นในช่วงฤดูร้อนก็จะเป็นเวลาในการออกหาอาหารกิน อาหารจานหลักคือ ปลาแซลมอนตามลำธารน้ำจืด โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมที่แซลมอนจะกลับมาที่แหล่งน้ำจืดสำหรับฤดูการวางไข่นั่นเอง

เสาโทเทม (TOTEM)

เสาโทเทม (TOTEM)

เสาไม้แกะสลักขนาดใหญ่ และมีการลงสีสันแต่งแต้มด้วยสีจากธรรมชาติ ถือเป็นสัญลักษณ์ของเผ่าชาวพื้นเมืองของอเมริกาเหนือมักจะทำด้วยไม้จำพวกไม้สน วัตถุประสงค์ในการสร้างเสาโทเทมมักจะต้องการบอกเล่าเรื่องราวหรือตำนานของเผ่า เชื้อสายของชนเผ่า หรือเหตุการณ์ที่สำคัญ บ้างก็ต้องการแสดงออกถึงผลงานศิลปะ แต่ไม่ได้ทำเพื่อสักการะบูชาประการใด โดยมากจะแกะสลักเป็นรูปสัตว์ ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ และการเชื่องโยงระหว่างธรรมชาติ และมนุษย์ ด้านบนของเสาโทเทม เป็นเครื่องหมายของเผ่านั้นๆ เช่น เผ่านกอินทรี เผ่านกราเวน บีเวอร์ หมาป่า หมี และกบ เป็นต้น

การลงสีเสาโทเทม แบบดั้งเดิมจะใช้สีแดง ดำ น้ำตาล และฟ้าเขียว ซึ่งวัตถุดิบจากธรรมชาติคือ ถ่าน แร่ปรอท เหล็กออกไซด์ ทองแดงออกไซด์โดยผสมกับน้ำมันจากไข่ปลาแซลมอน

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น