ถ้าพูดถึง ชายหาดสีขาว น้ำทะเลสีฟ้าใส ที่สหรัฐอเมริกาแล้วละก็คงหนีไม่พ้น "เกาะฮาวาย" (Hawaii) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ที่เดินทางมาสัมผัสความงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ เมืองโฮโนลูลู (Honolulu)

เพราะนอกจากจะเป็นเมืองที่มีชายหาดสวยแล้วยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมระหว่างตะวันตก และตะวันออก รวมถึงสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ข้อมูลทั่วไป

รัฐฮาวาย เป็นรัฐในสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในหมู่เกาะฮาวายในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากชายฝั่งสหรัฐอเมริกาประมาณ 3,700 กม. (2,300 ไมล์) แต่เดิม ฮาวายถูกเรียกว่า "หมู่เกาะแซนด์วิช"(Sandwich Islands) ตั้งโดย เจมส์ คุก เมื่อล่องเรือมาพบเกาะ ในปี พ.ศ. 2321 (ค.ศ. 1778)

Captain James Cook

ฮาวาย เป็นเกาะที่เกิดจากลาวาที่ไหลผ่าน แผ่นแปซิฟิก (Pacific Plate) ที่เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยอัตราความเร็วปีละประมาณ 2-3 นิ้ว ดังนั้นหมู่เกาะฮาวายจึงเป็น หมู่เกาะน้องใหม่ที่สุดในโลก โดยมีอายุเพียง 25-40 ล้านปีเท่านั้น

Polynesia

ชนพื้นเมืองของฮาวายเรียกกันว่า "โพลีนีเซียน" แต่ในฮาวายเดี๋ยวนี้ แทบไม่มีให้เห็น คงเหลือเพียงที่จัดโชว์ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเยี่ยมชม คนพื้นเมืองฮาวายประกอบด้วยหลายเชื้อชาติทั้ง ญี่ปุ่น จีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี ซึ่งเข้าไปตั้งรกรากในฮาวายมาเป็นเวลานับร้อยปี

ฮาวาย มีเกาะอยู่ด้วยกัน 8 เกาะ

  1. โอวาฮู (Oahu)
  2. ฮาวาย (Hawaii) หรือบิ๊กไอส์แลนด์ (Big Island)
  3. มาวี (Maui)
  4. คาโฮโอลาเว (Kahoolawe)
  5. ลาไน (Lanai)
  6. โมโลไค (Molokai)
  7. คาไว (Kauai)
  8. นิอิฮาว (Niihau)

รัฐฮาวายแยกพื้นที่ตามเขตปกครองเป็น 4 เขตดังนี้


1Honolulu County

เกาะโอวาฮู (Oahu) ซึ่งเป็นที่ตั้งเมืองหลวงคือ โฮโนลูลู เป็นเมืองใหญ่อันดับที่ 11 ของสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีหาดที่สวยงามที่ดำน้ำ และจุดชมวิวมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือ The Arizona Memorial, U.S.S. Missouri, Punchbowl National Memorial Cemetery of the Pacific, Polynesian Cultural Center, Bishop Museum และ Hanauma Bay

ในปี 2010 มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 4,427,372 คน การเกษตรในเกาะ จะเป็นผักและผลไม้ เช่น สับปะรด และอ้อย

Oahu Island

2Maui County

ใหญ่เป็นอันดับสองในรัฐฮาวาย ประกอบด้วย 4 เกาะสำคัญได้แก่ Maui, Molokai, Lanai และ Kahoolawe ประชากรส่วนใหญ่ใน Molokai เป็นคนพื้นเมืองฮาวาย ในปี 2010 มีนักท่องเที่ยวในเขตนี้กว่า 2,186,279 คน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ The Historic Whaling Town of Lahaina, The Maui Ocean Center, The slopes and vistas of Haleakala Crater, The winding road to Hana และ หาดตาม Kaanapali coast การเกษตรจะเป็นผักและผลไม้ที่สำคัญคือ สับปะรด อ้อย กาแฟ มีปลูกมากที่เกาะ Maui และ Molokai มีการปลูกไม้ตัดดอก และกล้วยไม้

Maui Island

3Hawaii County /Big Island

เป็นเกาะที่มีเนื้อที่มากที่สุดคือ 4,000 ตารางไมล์ เป็นเกาะที่อายุน้อยที่สุดมีภูเขาไฟ 5 แห่งซึ่งยังคงระอุอยู่ 2 แห่ง ในปี 2010 มีนักท่องเที่ยวเดินทาง มายังเกาะนี้ประมาณ 1,378,921 คน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ The Hawaii Volcanoes National Park, Akaka Falls, Pu‘uhonua o Honaunau National Historical Park (City of Refuge), Pu‘ukohola Heiau National Historic Siteและ Lapakahi State Historic Park นอกจากนี้ยังมีการประมงน้ำลึก เทศกาลสำคัญบนเกาะ เช่น The Merrie Monarch Hula Festival, The Kona Coffee Festival และ The Ironman Triathlon การเกษตรที่สำคัญจะเป็นการเลี้ยงวัว กาแฟ แมกคาเดเมีย มะละกอ และไม้ดอก เช่น กล้วยไม้ และดอกหน้าวัว นอกจากนี้ยังมีความสำคัญทางดาราศาสตร์ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของหอดูดาวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

Waimea Canyon

4Kauai County

ประกอบด้วยเกาะ Kauai เกาะ Niihau และเกาะเล็กๆ ในบริเวณดังกล่าว ในปี 2009 มีนักท่องเที่ยวประมาณ 1,042,633 คน แหล่งท่องเที่ยวสำคัญได้แก่ Waimea Canyon, Hanalei Valley, Koke‘e State Park, Fern Grotto ชายหาด และจุดชมวิวต่างๆ สินค้าเกษตรที่สำคัญได้แก่ อ้อย ผลไม้ มะละกอ เผือก ผักต่างๆ และเนื้อวัว

ภูมิอากาศ และอุณหภูมิ

เกาะฮาวายมีสภาพอากาศและอุณหภูมิที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลาของปี สภาพอากาศแบบเขตร้อนทั่วไป หมายถึง สามารถมาเที่ยวเกาะที่สวยงามแห่งนี้ได้ตลอดเวลา เกาะฮาวายคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ช่วงไฮซีซั่น ของฮาวายตรงกับช่วงที่ภูมิภาคอื่นๆ ของสหรัฐอเมริกาต้องประสบกับสภาพอากาศที่เลวร้าย ซึ่งอยู่ในช่วงกลางเดือนธันวาคม ถึงกลางเดือนเมษายน ส่วนในช่วงปีใหม่ และช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ (ปกติอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม หรือต้นเดือนเมษายน) จะเป็นช่วงที่ค่อนข้างหนาแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวที่เกาะฮาวายจะมีปริมาณน้อยลงต้ังแต่กลางเดือนเมษายนไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน และอีกช่วงคือในเดือนกันยายน ถึงเดือนธันวาคม ในช่วงหน้าร้อนต้ังแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม จะพบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันแบบครอบครัวมากกว่าปกติเนื่องจากเป็นช่วงปิดภาคเรียนของเด็กๆ

เวลาท้องถิ่น

เวลาของฮาวาย = Standard Time -10.00 UTC ฉะนั้น เวลาไทยจึงช้ากว่าเวลาที่เกาะฮาวาย 17 ชั่วโมงเต็ม

ข้อมูลทั่วไปของรัฐฮาวาย

ชื่อภาษาไทย รัฐฮาวาย
ชื่อภาษาอังกฤษ State of Hawaii
ชื่อย่อรัฐ HI
ภาษาทางการ ภาษาอังกฤษ, ภาษาฮาวาย
เมืองหลวงรัฐ โฮโนลูลู (Honolulu)
รัฐฮาวายเป็นรัฐลำดับที่ 50 ของสหรัฐอเมริกาตั้งอยู่ในหมู่เกาะฮาวายในมหาสมุทรแปซิฟิก

ประวัติเกาะฮาวาย

ราชอาณาจักรฮาวาย ก่อตั้งขึ้นโดย พระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราช หลังจากที่พระองค์ทรงชนะสงครามที่ยาวนานถึง 15 ปี พระองค์ได้ปราบดาภิเษกตนเองขึ้น เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก และก่อตั้งอาณาจักรภายใต้การช่วยเหลือและการสนับสนุนโดย จอห์น ยัง และไอแซก เดวิส แม้ว่าพระองค์จะทรงประสบความสำเร็จในการทำสงคราม แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะ เกาะคาไวได้ เนื่องจากกองทัพของพระองค์ประสบกับปัญหาต่างๆ มากมายทั้งพายุ และภัยพิบัติต่างๆ แต่ในที่สุดชาวเกาะคาไวได้ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์ ทำให้ฮาวายถูกรวบรวมได้สำเร็จ หมู่เกาะฮาวายจึงเปลี่ยนผ่านจากยุคโบราณมาเป็นยุคที่เริ่มมีการจัดระบบระเบียบในสังคม

พระเจ้าคาเมฮาเมฮามหาราชKing Kamehameha the Great
จอห์น ยังJohn Young
ไอแซก เดวิสIsaac David
เกาะคาไวKauai Island
Captain James Cook

คนที่ทำให้โลกรู้จักหมู่เกาะฮาวายคือกัปตันชื่อดัง "เจมส์ คุก" ล่องเรือมาถึง เกาะโอวาฮูในปี พ.ศ. 2321/ค.ศ. 1778 ระหว่างที่ออกสำรวจทางเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก และแอตแลนติก กัปตันคุกตั้งชื่อให้ว่า หมู่เกาะแซนด์วิช เพื่อเป็นเกียรติแก่เอิร์ลแห่งแซนด์วิช


ในระยะแรกชาวฮาวายหลงเข้าใจว่ากัปตันคุกเป็นพระเจ้า แต่ในที่สุดพระเจ้าอุปโลกน์องค์นี้ก็ถูกชาวฮาวายสังหาร แม้รายละเอียดในบันทึกยังคงสับสน แต่ข้อมูลกระแสหนึ่งกล่าวว่ากัปตันคุกถูกฟาดที่ศีรษะด้วยกระบอง ตามด้วยการกระหน่ำแทงจนเสียชีวิตด้วยกริชที่ชาวฮาวายได้รับมาจากการแลกเปลี่ยน สินค้ากับชาวอังกฤษนั่นเอง

ในอดีตฮาวายมีการปกครองที่คล้ายคลึงกับระบบศักดินาของยุโรป และแบ่งคนออกเป็น 3 ชนชั้น(หรือวรรณะ) คือ ชนชั้นปกครอง พระ (อาจรวมถึงบรรดาผู้รู้ และผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการนำทาง) และสามัญชน สังคมของชาวฮาวายมีศาสนา ภาษาพูด และวัฒนธรรมของตัวเอง โดยมีจารีตประเพณีเป็นเครื่องมือในการปกครอง และไม่มีการบัญญัติกฎหมาย จารีตบางอย่างอาจฟังดูไม่น่าเชื่อว่าใช้บังคับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใช้แนวคิดสมัยใหม่เป็นเกณฑ์ เช่น ห้ามผู้ชาย และผู้หญิงรับประทานอาหารร่วมกัน ชาวบ้านจะเดินให้เงาของตัวเองพาดขวางทางเดินของชนชั้นปกครองไม่ได้ เป็นต้น ศาสนาของชาวฮาวายยังครอบคลุมถึงการบูชาเทพเจ้าต่างๆ ตั้งแต่เทพเจ้าสำหรับไฟ ไปจนถึงเทพเจ้าสำหรับฉลาม

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

เกาะโอวาฮู

Oahu – The Gathering Place

ที่ซึ่งรวบรวมทุกอย่างไว้บนเกาะแห่งนี้ โอวาฮูได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดในบรรดาเกาะทั้งหมดของฮาวาย และยังเป็น ที่ตั้งของเมืองหลวง โฮโนลูลู (Honolulu) อีกด้วย รวมถึงบนเกาะนี้ยังมีกิจกรรมมากมายให้ได้ทำ และไปสัมผัสมากมาย

หาดไวกิกิ, โฮโนลูลู

Waikiki Beach, Honolulu

เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหนึ่งแห่ง ตั้งอยู่ในเขตเมืองหลวงโฮโนลูลูทางฝั่งใต้ของ เกาะโอวาฮู ไวกิกิ เคยเป็นพื้นที่สำหรับการเล่นเซิร์ฟของราชวงศ์ฮาวาย ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และจุดนัดพบสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวบนเกาะโอวาฮู ชายหาดแห่งนี้เต็มไปด้วยรีสอร์ทขนาดใหญ่ระดับ 5 ดาว แม้ว่าไวกิกิจะเป็นชายหาดสั้นๆ แต่ก็เป็นพื้นที่เล่นเซิร์ฟชื่อดัง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักโต้คลื่น และยังเป็นชายหาดสำหรับเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจ นอนอาบแดดชิลๆ และสำหรับใครที่สนใจจะพักรีสอร์ท ที่นี่ถือว่าเป็นจุดศูนย์รวมที่พักดีๆ เลยแถมยังใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกด้วย

Surfing

เพิร์ล ฮาร์เบอร์ และ อนุสาวรีย์เรือรบหลวงแอริโซนา, โฮโนลูลู

Pearl Harbor and USS Arizona Memorial, Honolulu

เพิร์ล ฮาร์เบอร์ (Pearl Harbor) เป็นท่าเรือที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเมืองหลวงโฮโนลูลู ซึ่งเคยเป็นที่ตั้ง ของฐานทัพญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1941 จุดเริ่มต้นของการที่สหรัฐอเมริกาต้องเข้าร่วมในการทำสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการบุกรุกและ การทิ้งระเบิดถล่มสหรัฐของทหารอากาศญี่ปุ่น


นั่นทำให้ทุกวันนี้เพิร์ล ฮาร์เบอร์ คือสิ่งที่เตือนใจชาวสหรัฐอเมริกาถึงเรื่องราวความโศกเศร้าในครั้งสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ชื่อเดิมของเพิร์ล ฮาร์เบอร์ คือ ไว โนมิ (Wai Nomi) หรือ อ่าวน้ำมุก ซึ่งถูกเรียกโดยชาวฮาวายตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ทุกวันนี้เพิร์ล ฮาร์เบอร์กลายเป็นท่าจอดเรือ และเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ เรือรบหลวงแอริโซนา

อนุสาวรีย์เรือรบหลวงแอริโซนา

USS Arizona Memorial

พิพิธภัณฑ์เรือ USS Missouri สถานที่ประวัติศาสตร์ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นต้องยอมจำนนให้กับสหรัฐ ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นบทสรุปของสงครามครั้งนั้นที่บนดาบฟ้าเรือรบ USS Missouri ลำนี้นั่นเอง โดยปัจจุบันที่นี่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีได้ทุกวัน ส่วนใหญ่คนก็จะคึกคักในช่วงวันชาติต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายในจะมีการรวบรวมทั้งประวัติของเส้นทางการเดินเรือดำน้ำ และพิพิธภัณฑ์การบินแปซิฟิก (Pacific Aviation Memorial)

USS Arizona Memorial
USS Arizona

พระราชวังอีโอลานี

Iolani Palace, Honolulu

พระราชวังอีโอลานี (Lolani Palace) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1882 เพื่อเป็นที่พำนักของกษัตริย์และพระราชินีแห่งฮาวาย แต่ภายหลังได้เกิดการกบฎขึ้น เมื่อพระราชินีแห่งฮาวายนั้นลงมือฆ่าผู้เป็นสามีตัวเอง และต้องการยกตัวเองขึ้นมาบริหารบ้านเมือง แต่ความไม่เห็นด้วยของฝ่ายคณะรัฐบาลจึงทำให้เกิดการโค่นล้มระบอบกษัตริย์ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอเมริกันในฮาวาย ชะตากรรมของพระราชินีจึงมีจุดจบที่การถูกคุมขังตลอดชีวิต

ต่อมาพระราชวังอีโอลานีตกเป็นที่ทำการของรัฐบาล ทำให้มีการขายประมูลของตกแต่งด้านในออกทอดตลาดเป็นจำนวนมาก ในปี ค.ศ. 1969 ที่ทำการของคณะรัฐบาลก็ถูกย้ายออกไป พระราชวังอิโอลานี จึงถูกบรูณะให้เป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของฮาวาย และได้รับการจดทะเบียนเป็น National Historic Landmark

อุทยานแห่งชาติไดมอนด์ เฮด

Diamond Head

ภูเขาไฟไดมอนด์ เฮด หรืออุทยานแห่งชาติไดมอนด์ เฮด เป็นร่องรอยของภูเขาไฟที่ดับแล้ว มีรูปร่างคล้ายกับหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 475 เอเคอร์ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของชายหาดไวกิกิ ซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน ภูเขาไฟที่ดับแล้วแห่งนี้มีลักษณะคล้ายหลุมอุกาบาตขนาดใหญ่ เกิดจากธรรมชาติสร้างขึ้นเมื่อกว่า 300,000 ปีที่แล้ว หลังจากมีการระเบิดและปะทุของลาวา เศษเถ้าถ่านทั้งหลายได้ลอยขึ้นสู่อากาศกลายตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็ก แล้วตกกลับมายังพื้นดินรวมตัวกันเป็นหินทับทมกันจนกลายเป็นปล่องภูเขาไฟแบบนี้ ไดมอนด์ เฮด ยังเป็นพื้นที่สำคัญทางธรณีวิทยา และด้านการทหารของอเมริกาในยุคก่อนอีกด้วย

เราสามารถขึ้นไปที่ จุดชมวิว เล’อาฮิ (Lē’ahi) ได้ง่ายมากๆ เพราะทางรัฐบาลได้จัดทำทางเดิน และขั้นบันไดไว้ให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เมื่อขึ้นไปถึงยอด เราก็จะสามารถมองเห็นพื้นทะเลกว้างใหญ่ มองไปข้างๆ ก็เจอกับชายหาดที่โด่งดังที่สุดในฮาวายอย่างไวกิกิ ที่เรียงรายไปด้วย โรงแรมตึกขนาดใหญ่ ตัดด้วยสีฟ้าสดใสของน้ำทะเล ใครที่อยากจะมาลองดูจะพระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ตกดินที่นี่จัดว่าดีงามมาก เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 4:30 – 18:00 น.

ไวเมอา แคนยอน, คาไว

Waimea Canyon, Kauai

แกรนด์แคนยอนแห่งแปซิฟิก หรือ “Grand Canyon of the Pacific” เป็นชื่อเล่นของ ไวเมอา แคนยอน (Waimea Canyon) คือหุบเขาที่ใหญ่ที่สุดในแปซิฟิกมีความยาวถึง 17 กิโลเมตร และลึก 3,500 ฟุต มีอายุราวกว่า 1,000 ปีมาแล้ว หุบเขาแห่งนี้เกิดจากการโดนกัดเซาะจากแม่น้ำบนยอดเขา ไวอาเลอาเล (Mount Waialeale) แม่น้ำที่ตั้งอยู่ภายในหุบเขานี้มีชื่อว่า ไวเมอา (Waimea) หรือ แม่น้ำสีแดง ที่หุบเขาจะมีจุดสังเกตการณ์ หรือที่เรียกกันว่า Lookout อยู่ทั้งหมดสามจุดด้วยกันคือ Waimea Canyon, Puu Ka Pele และ Puu Hinahina Lookout

Mount Waialeale
Waimea

เกาะมาวี

Maui – The Valley Isle

Maui Island

มีความใหญ่เป็นอันดับที่ 2 จาก 8 เกาะของรัฐฮาวาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติอันน่าทึ่ง ลักษณะของเกาะมีหุบเขาตั้งอยู่ระหว่างภูเขาไฟสองแห่งจึงถูกเรียกว่า "เกาะหุบเขา" เกาะแห่งนี้รวบรวมรีสอร์ทหรูระดับ High-end ที่มีชื่อเสียงไว้มากมาย และยังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คู่รักสำหรับการฮันนีมูนสุดสวีท หวานแหว๋ว ระดับโลก!

The Valley Isle

เมืองลาไฮนา

Lahaina Town

Lahaina Town

หนึ่งในเมืองเก่าแก่ที่สุดในฮาวาย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยว จุดนัดพบหลักของผู้มาเยี่ยมเยือน รวมถึงผู้คนชาวเกาะการ์เด้นท์อีกด้วย Lahaina’s Front Street คือหนึ่งในถนนที่ติดอันดับ 10 ถนนสุดอลังการของอเมริกา แน่นอนว่าถ้าใครมาเที่ยวเกาะมาวี ไม่ได้มาแวะที่เมืองลาไฮนานี่ แปลว่ามาไม่ถึง นอกจากถนนสุดอลังแล้ว ลาไฮนา ดาวน์ทาวน์ (Lahaina Downtown) ยังเป็นจุด Hop pin สุดฮิตของเมืองนี้ ถ้าอยากจะหาร้านกินมื้อเที่ยง หรืออาหารค่ำดีๆ สักร้าน เดินเล่นกินลมชมวิวเก๋ๆ ลาไฮนา ดาวน์ทาวน์ คือตัวเลือกที่ดีที่สุด ที่นี่คือแหล่งรวมร้านอาหารตั้งแต่ราคาถูกยันร้านอาหารหรู ร้านกิ๊ฟช็อป และร้านนั่งจิบกาแฟชิลๆ ที่ดีที่สุดของเมืองนี้แล้ว

อุทยานภูเขาไฟหมู่เกาะฮาวาย, เกาะใหญ่

Hawaii Volcanoes National Park, Big Island

Hawaii Volcanoes National Park

สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1916 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30,000 ตารางกิโลเมตร เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สวนสาธารณะที่ใหญ่ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมากที่สุด ภูเขาไฟมาอูนา โลอา (Mauna Loa) และภูเขาไฟคีเลาเวอา (Kīlauea) ได้รับการกำหนดให้เป็น International Biosphere Reserve ในปี ค.ศ. 1980 และเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1987 ภูเขาไฟคีเลาเวอายังมีการปะทุอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1983 ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งบนเกาะใหญ่แห่งนี้ บนยอดเขาภูเขาไฟสามารถเดินทางขึ้นไปได้ด้วยรถตามเส้นทาง ซึ่งด้านบนของอุทยานเราสามารถตั้งแคมป์ และมีเส้นทางเดินป่าได้ด้วย ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่ที่ทางอุทยานได้จัดเตรียมไว้ให้ เราลองจินตนาการว่านอนกับภูเขาไฟที่ยังปะทุนี่มันจะเป็นอย่างไร นอกจากจะได้ชื่นชมกับภูเขาไฟแล้ว ยังได้สำรวจป่าที่อุดมสมบรูณ์อีกด้วย

อ่าวคีอาลาเคคัว

Kealakekua Bay

Kealakekua Bay

อ่าวคีอาลาเคคัว (Kealakekua Bay) ที่นี่คือผืนดินแรกที่ กัปตันเจมส์ คุก นักสำรวจชาวอังฤกษได้มาเหยียบดินแดนภูเขาไฟอย่างฮาวาย ในปี ค.ศ. 1778 การเริ่มต้นของโลกใหม่ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ซึ่งปัจจุบันอ่าวคีอาลาเคคัวกลายเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์แห่งรัฐฮาวาย และยังมีอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์กัปตันเจมส์ คุก ให้เราได้ไปเยี่ยมชมความเป็นมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของฮาวายนอกจากการมาเที่ยวชมอุทยาน และอนุสาวรีย์แล้ว อ่าวคีอาลาเคคัวยังเป็นสถานที่พักผ่อนชั้นดีอีกหนึ่งแห่งของฮาวาย การดำน้ำตื้นเป็นกิจกรรมที่เหมาะที่สุดเมื่อมาที่นี่ ดื่มด่ำกับปะการัง ปลาตัวเล็กตัวน้อยสีสันสดใส พายเรือคายัค หามุม โพสต์ท่าถ่ายรูปชิคๆ แสงอาทิตย์ตกดินแบบสุดเลิศ และอาจจะได้เจอโลมาสปินเนอร์มาว่ายน้ำเล่นใกล้ๆ แค่จินตนาการก็ฟินสุดยอด บรรยากาศแบบนี้ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง

หาดทรายสีดำ

Black Sand Beach

Black Sand Beach

หาดทรายสีดำ (Black Sand Beach) หรือ ชายหาดปูนาลูอู (Punalu’u) ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของ เมืองคาอู (Kau) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานภูเขาไฟแห่งชาติ อยู่ระหว่างทางไปหมู่บ้านภูเขาไฟ การเกิดเป็นชายหาดทรายสีดำนั้น เนื่องจากเมื่อภูเขาไฟปะทุลาวาตกกระทบกับน้ำทะเล จึงทำให้กลายเป็นเศษหินทรายสีดำตามที่เห็น ชายหาดทรายสีดำนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวเลยทีเดียว เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ต้องเก็บเข้าลิสต์

นอกจากการเก็บภาพงดงามของชายหาดสีดำแล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอย่างเช่น การดูเต่าทะเล ที่นี่จะมีเต่าขึ้นมาอยู่บนบกค่อนข้างเยอะสามารถเจอ ได้บ่อยๆ แต่มีข้อควรระวังว่าพยายามอยู่ห่างจากน้องเต่า 1-3 เมตรอย่างต่ำ และไม่ควรให้อาหาร หรือจับเต่าด้วยเพื่อความปลอดภัย เราสามารถลงไปว่ายน้ำ ดำน้ำตื้นได้ด้วย แต่กระแสน้ำที่นี่ค่อนข้างแรง เนื่องจากการพุดปะทุของน้ำพุใต้ทะเล น้ำทะเลของอ่าวปูนาลูอูค่อนข้างมีระดับเกลือที่สูงมากด้วย การลงไปว่ายน้ำนั้นอาจจะให้ความรู้สึกที่แปลกไปอย่างการรู้สึกเดี๋ยวอุ่น เดี๋ยวหนาว

เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวฮาวาย

  1. ฮาวาย เป็นรัฐหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากแผ่นดินฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียประมาณ 2,390 ไมล์
  2. รัฐฮาวาย ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยรวมกันประมาณ 137เกาะ มีเนื้อที่ทั้งหมดราว ๆ 6,422.6 ตารางไมล์
  3. เกาะส่วนใหญ่ของฮาวายจะเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟในทะเล เป็นดินแดนที่ยังคงมีภูเขาไฟมีพลังตั้งอยู่ หลายคนที่มาเที่ยวฮาวายก็เพื่อมาชมปรากฏการณ์ภูเขาไฟเหล่านี้นี่เอง
  4. เมืองหลวงของรัฐฮาวายคือ "โฮโนลูลู" (Honolulu) ตั้งอยู่บนเกาะ Oahu
  5. คนฮาวายส่วนใหญ่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างดี เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสาร
  1. สัญลักษณ์สำคัญของฮาวายอีกอย่างก็คือดอกไม้ โดยมี ดอกชบา (Hibiscus) เป็นดอกไม้ประจำรัฐ หากมีคนของโรงแรมหรือเพื่อนมารับที่สนามบิน เราก็จะได้รับพวงมาลัยดอกไม้ในการต้อนรับ และจะสังเกตเห็นว่าชาวเมืองก็จะใส่เสื้อผ้าสีสันสดใส มีลายดอกไม้ใบไม้สวยงาม รวมทั้งอาคารบ้านเรือน ป้ายกราฟิกต่าง ๆ ก็จะมีดอกไม้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอีกด้วย
  2. คนฮาวายจะทักทายกันด้วยคำว่า อะโลฮา (Aloha) มีความหมายว่า สวัสดี และลาก่อน
  3. การมาเที่ยวที่ฮาวายควรวางแผนอย่างรัดกุมสักนิดว่าจะไปเที่ยวที่ไหน เกาะไหนบ้าง เพราะค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างแพง โดยเฉพาะค่าที่พัก และค่าเดินทาง
  1. ห้ามลืมยาประจำตัวและยาสามัญประจำบ้านเพราะการหาหมอที่ฮาวายจะต้องนัดหมอ และมีกระบวนการที่ยุ่งยาก
  2. อากาศที่ฮาวายจะไม่ร้อนไม่หนาวมากนัก สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีฝนตก และลมแรงบ้าง ควรดูพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง
  3. ปลั๊กไฟในฮาวายส่วนใหญ่เป็นแบบขาแบน 2 ขา และขาแบน 2 ขา กับขากลม 1 ขา เพราะฉะนั้นควรเตรียม Universal Adapter ไปด้วย
  4. การเที่ยวบนเกาะต่างๆ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเช่ารถขับเที่ยวกันเอง แต่ถ้าบนเกาะใหญ่ๆ อย่าง Oahu ก็จะมีรถโดยสารประจำทางวิ่งรอบๆ เกาะเพราะฉะนั้นควรวางแผนและศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางจะดีที่สุด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายไปกับค่าเดินทางที่ไม่จำเป็น
  1. กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวนิยมทำกันมากที่สุดเมื่อมาเยือนฮาวาย ก็คือ การเล่นกระดานโต้คลื่น เพราะจะมีลมแรง สามารถเล่นได้อย่างสนุกสนาน และที่ห้ามพลาดอีกอย่างก็คือ การดำน้ำชมปะการัง เพราะโดยรอบๆ หมู่เกาะฮาวายจะมีจุดดำน้ำหลากหลายจุด ซึ่งมีความสวยงามอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
  2. อาหารที่ฮาวายบนเกาะใหญ่ๆ อย่าง Oahu จะมีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายแบบ ทั้งอาหารพื้นเมือง อาหารเอเชีย และแบบอเมริกัน ถ้าอยากประหยัดงบให้กินตามร้านท้องถิ่น เพราะราคาจะถูกกว่าร้านอาหารในโรงแรม
  1. วัฒนธรรมการให้ทิปของที่นี่จะไม่แตกต่างจากอเมริกามากนัก หากเป็นร้านอาหารการให้ทิปจะอยู่ที่ประมาณ 10-20% ของราคาอาหาร ส่วนพนักงานยกกระเป๋าโรงแรม และแม่บ้านก็ให้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ควรน้อยกว่า 3-5 เหรียญต่อกระเป๋า 1 ใบ และการพักค้างคืน 1 คืน
  2. มีภาพยนตร์หลายเรื่องถ่ายทำที่รัฐฮาวาย อาทิ 50 First Dates, Aloha, Just Go with It, Godzilla เป็นต้น ใครอยากรู้ว่าบรรยากาศฮาวายสวยมากแค่ไหน ก็ลองชมภาพยนตร์เหล่านี้ก่อนได้เลย

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น