โปแลนด์

Poland

การสัมมนารับเชิญนักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชร 2560 ณ สาธารณรัฐโปแลนด์

โปแลนด์ ดินแดนแห่งนกอินทรีขาว อดีตที่เคยรุ่งเรือง สู่ปัจจุบันที่สวยรวยเสน่ห์เกินห้ามใจ เยือนถิ่นโชแปง คีตกวีเอกของโลก ดินแดนที่ถูกโอบกอดด้วยเสียงดนตรีสุดโรแมนติก ส่วนผสมที่ลงตัวของสถาปัตยกรรม เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ยุคใหม่อันเย้ายวน

ข้อมูลทั่วไป


โปแลนด์ ดินแดนแห่งนกอินทรีขาว

สาธาณรัฐโปแลนด์ (Poland) เป็นประเทศในตอนกลางของทวีปยุโรป เขตแดนด้านตะวันตกจรดเยอรมนี ทางใต้จรดสาธารณรัฐเช็กและสโลวาเกีย ทางตะวันออกจรดยูเครนและเบลารุส ส่วนทางเหนือจรดทะเลบอลติก ลิทัวเนีย และแคว้นคาลีนินกราดของรัสเซีย

โปแลนด์เคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย หลังจากนั้นไม่นาน โปแลนด์ได้ถูกแบ่งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย ออสเตรีย และราชอาณาจักรปรัสเซีย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 โปแลนด์มีสถานะเป็นราชอาณาจักรและได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2461 หลังสิ้นสุดสงครามโลก ภายใต้ยุคสาธารณรัฐที่ 2 (Second Polish Republic) หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 โปแลนด์กลายเป็นรัฐบริวารที่เป็นคอมมิวนิสต์ของสหภาพโซเวียตภายใต้สาธารณรัฐประชาชน (People's Republic of Poland)

ใน พ.ศ. 2532 การเลือกตั้งกึ่งเสรีครั้งแรกในโปแลนด์ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดการดิ้นรนเพื่อเสรีภาพของขบวนการโซลิดาริตี (Solidarity movement) และเป็นการพ่ายแพ้ของผู้นำคอมมิวนิสต์ของโปแลนด์ มีการก่อตั้งสาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 3 (Third Polish Republic)

TOP

ทำเลที่ตั้ง

ตั้งอยู่ใจกลางทวีปยุโรป มีพรมแดนติด 7 ประเทศ ได้แก่ ทิศเหนือจรดรัสเซีย ทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกจรดลิธัวเนีย เบลารุสและยูเครน ทิศใต้จรดสาธารณรัฐเช็กและสโลวัก ทิศตะวันตกจรดเยอรมนี และทิศเหนือจรดทะเลบอลติก

ภูมิประเทศ

เป็นพื้นที่ราบเกือบทั้งประเทศ นอกจากบริเวณชายแดนทางใต้เป็นทิวเขา Tatra ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขา Carpathian และภูเขา Sudety ซึ่งมียอดเขาสูงที่สุดคือยอด Rysy สูงจากระดับน้ำทะเล 8,200 ฟุต เป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างโปแลนด์กับสโลวัก โปแลนด์มีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่น้ำโอเดอร์ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ และแม่น้ำ Vistula ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ

ภูมิอากาศ

โปแลนด์มี 4 ฤดู

ฤดูหนาว (พ.ย.-มี.ค.)

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -2 ถึง 5 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน (มิ.ย.-ก.ย.)

ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 9-21 องศาเซลเซียส นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวที่สุด

ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.-พ.ย.)

ช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน

ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.-มิ.ย.)

อยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงต้นเดือนมิถุนายน

ภาษา

ภาษาโปลิช (เป็นภาษาในตระกูลสลาฟ)

ศาสนา

ร้อยละ 96 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกนั้นเป็นโปลิซออร์ธอด๊อกซ์ โปรเตสแตนท์ ลัทธิยูดา และมีมุสลิมเพียงเล็กน้อย

สัญชาติ

เป็นชาวโปลร้อยละ 98 อีกร้อยละ 2 มีเชื้อสายเยอรมัน เบลารุส ยูเครน ลิทัวเนียและอื่นๆ

เชื้อชาติ

โปแลนด์ 96.9% ซิลีเซีย 1.1% เยอรมัน 0.2% ยูเครน 0.1% อื่นๆ และที่ระบุไม่ได้ 1.7% (สำมะโนประชากร พ.ศ.2554)

TOP

สถานที่ที่น่าสนใจ

กรุงวอร์ซอ (Warsaw)

มีแหล่งสถาปัตยกรรมต่างๆ มากมายในกรุงวอร์ซอที่สร้างขึ้นในราวปลาย ศตวรรษที่13 ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สถาปัตยกรรมต่างๆ เกิดความเสียหายอย่างมาก และสถานที่ต่างๆ ก็ได้ถูกบูรณะจนเสร็จสมบูรณ์หลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก เพราะมีความสวยงามที่ยังหลงเหลือทางสถาปัตยกรรมต่างๆ ของสถานที่อันเก่าแก่ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำรคัญที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

พระราชวังลาเซียนกี้ (Lazienki Palace)

เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นพระราชวังทางประวัติศาสตร์ที่มีสวนอันงดงามล้อมรอบ ซึ่งเป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองวอร์ซอว์ ในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชนทั่วไป และนอกจากนี้ยังเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเมื่อมาถึงโปแลนด์ พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ของไทย เมื่อครั้งเสด็จประพาสวอร์ซออีกด้วย

TOP

อนุสาวรีย์โชแปง (Chopin Monument)

นักดนตรีผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โชแปงเกิดที่หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ในปี ค.ศ. 1810 พ่อเป็นชาวฝรั่งเศส ที่มาแต่งงานกับแม่ชาวโปแลนด์ แน่นอนในยุคของเขาการเรียนดนตรีคงหนีไม่พ้นอิทธิพลทางดนตรีของอัครมหาคีตกวีอย่างโมสาร์ท บ้าค หรือ บีโธเฟ่น จุดเด่นทางดนตรีของโชแปงคือลัทธิชาตินิยมที่สอดแทรกเข้าไปในการประพันธ์ดนตรีของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการต่อต้านการยึดครองของออสเตรียและรัสเซียถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด ในที่สุดเขาต้องอพยพมาอยู่ฝรั่งเศสด้วยเหตุผลทางการเมือง จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติในฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 1848 โชแปงอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศสจนกระทั่งเสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 1849 ด้วยวัยเพียง 39 ปี

ผลงานที่สะท้อนถึงจิตใจรักชาติเมื่อตอนที่รัสเซียเข้ายึดครองโปแลนด์คือ Revolutionary Etude in C Minor หมายเลข 12 ดนตรีของโชแปงถือว่าอยู่ในช่วงของยุคโรแมนติก ที่ไม่ได้หมายความถึงความรักซาบซึ้ง ผลงานที่มีชื่อเสียงคือ “Military” Polonaise in A Major, “Minute” Waltz in D-flat Major และ “Funeral March” from Piano Sonata หมายเลข 2 ได้ใช้แสดงคอนเสิร์ตตามคำเชิญของแกรนด์ ดยุคคอน แสตนตี้ โชแปงไม่เคยคิดว่าดนตรีของเขาเป็นเครื่องมือในการอวดอ้างความมีรสนิยมสูงในการฟังดนตรี แต่โชแปงเป็นคนที่มีความสุภาพถ่อมตนเฉกเช่นปุถุชนธรรมดา ที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ดนตรีของโชแปงสะท้อนถึง ความรัก ความซาบซึ้ง ความงาม ความเห็นอกเห็นใจต่อผองเพื่อนมนุษย์ ความรู้สึกชาตินิยม และปฏิมากรรมแห่งคุณค่าของจิตใจ และเกียรติภูมิแห่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ย่านเมืองเก่า (Old Town Square)

สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 เป็นที่ตั้งบ้านเรือน โบสถ์ และพระราชวังหลวง (Royal Castle) ที่ภายในมีการตกแต่งอย่างงดงามด้วยศิลปวัตถุ และเครื่องประดับเก่าแก่อันเป็นสมบัติล้ำค่าของเมืองวอร์ซอ ภายในมีภาพเขียนที่สำคัญคือ ภาพกรุงวอร์ซอ 22 มุมมอง โดยจิตรกรเอกชาวอิตาเลียน เบอร์นาโด คานาเล็ตโต มีความคิดที่จะใช้เป็นต้นแบบในการบูรณะกรุงวอร์ซอจนกลับมาเป็นเมืองหลวงที่สวยงาม จัตุรัสเมืองเก่า หรือ Old Town Square เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามมากจุดหนึ่งของประเทศโปแลนด์ ด้วยสีสันของตึกในแบบยุโรปตะวันออกแท้ๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านรวงเล็กๆ ซึ่งเป็นร้านขายของที่ระลึก ยังมีรถม้าคอยอำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว และยังมีจิตรกรให้ผู้ที่มีความสามารถในการวาดภาพเหมือนเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่สนใจ แวะเข้ามาใช้บริการอีกด้วย

แบล็คมาดอนน่า (The Black Madonna)

สำนักสงฆ์พอลลีน เป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศโปแลนด์ ซึ่งมีนามว่า ยาสน่า โกร่า (Jasna Gora) ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐานพระแม่มารีอา ที่แกะโดยไม้ลินเดน ทำให้เกิดภาพที่ออกมาเป็นลักษณะสีน้ำตาลเข้ม จึงทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักกันในนาม แบล็คมาดอนน่า (Black Madonna) ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาแห่ง
คริสตศาสนิกชน ทั้งในประเทศโปแลนด์และทวีปยุโรป เนื่องจากความเชื่อในพระเมตตาอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีปาฏิหารย์สามารถรักษาผู้ป่วยต่างๆ ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ จากการสวดภาวนาขอพรจากพระองค์ ทำให้สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาทางศาสนาของชาวโปแลนด์

พิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ (Auschwitz concentration camps)

ในอดีตเป็นที่ตั้งของค่ายกักกันชาวยิวที่ฮิตเลอร์ และเหล่านาซีทำทารุณกรรมกับชาวยิวและชาวโปลอย่างโหดเหี้ยมด้วยสารพัดมาตรการ ซึ่งค่ายนี้มีชื่อเสียงก้องโลก เป็นการกำจัดชาวยิวให้หมดยุโรปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สะท้อนความน่าสยดสยอง ความทารุณ และความโหดร้ายของสงคราม ในช่วงที่เยอรมนีเข้ายึดโปแลนด์ได้ โดยเป็นความต้องการที่ฮิตเลอร์จะหาค่ายกักกันเชลยศึกต่างๆ จนมาพบสถานที่ที่รัฐบาลโปแลนด์ต้องการสร้างเป็นสถานที่คุมขังนักโทษการเมือง แต่ได้ดัดแปลงตามความต้องการของนาซี และเกิดเหตุการณ์สำคัญดังกล่าว ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แม้จะดูโหดร้ายแต่ก็มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางเพื่อมาดูสถานที่จริงของเหตุการณ์สำคัญในอดีต

ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ค่ายกักกันแห่งนี้ มีการจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของจริงของชาวยิว ที่เก็บรักษาไว้ภายในตึกต่างๆ กว่า 20 อาคารไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าเดินทาง รองเท้า แปรงสีฟัน หวี และเส้นผมที่ว่ากันว่ามีน้ำหนักรวมกัน 7 ตัน ห้องอาบน้ำและห้องที่พวกนาซีใช้สำหรับกำจัดเชลยโดยใช้แก๊สพิษ สังหารหมู่ และนักท่องเที่ยวยังจะได้ชมภาพยนตร์สั้นๆ ที่ถ่ายทำโดยทหารรัสเซีย เมื่อครั้งเข้ายึดค่ายนี้คืนจากเยอรมนี รวมถึงรูปภาพของคนที่ตายทุกคน ณ สถานที่นี้มีคนตายกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน โดยเกือบทั้งหมดเป็นชาวยิว ทำให้ค่ายกักกันเอาซ์วิทช์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในปี ค.ศ.1979

เมืองคราคูฟ (Krakow)

เมืองคราคูฟถือเป็นเมืองเก่าแก่แห่งหนึ่งในยุโรปของโปแลนด์ เป็นเมืองแห่งมิตรไมตรี เมืองแห่งเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม หากอ่านในแบบโปแลนด์จะออกเสียงว่าคราคูฟ แต่หากอ่านออกเสียงในแบบอังกฤษจะอ่านว่า คราเคา ซึ่งคราคูฟในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของโปแลนด์ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นกรุงวอซอในปัจจุบัน

ทุกวันนี้คราคูฟจึงเป็นที่ยอมรับในฐานะศูนย์กลางทางวัฒนธรรม มีอารยธรรมรุ่งเรืองมากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา ในปีค.ศ. 1978 คราคูฟก็ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งถือเป็นมรดกโลกแห่งแรกของโปแลนด์ เห็นได้จากอาคารบ้านเรือนที่สวยงามด้วยสถาปัตยกรรมทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่ โกธิค, โรมาเนสก์, บาร็อก, ร็อคโคโค, เรอเนสซองส์, จนถึงนีโอคลาสสิค และอาร์ตนูโว

Market Square หรือ ตลาดนัดรีเน็ค โกลนี่ เป็นจัตุรัสกลางเมืองคราคูฟ โดยจัตุรัสแห่งนี้เพียบพร้อมไปด้วยบรรยากาศที่สวยงามของบ้านเมือง ตามถนนหนทางเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ, ร้านอาหารต่างๆ, ผับ, รวมถึงอาคารที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดเด่นจะอยู่ที่ห้าง สรรพสินค้าที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปชื่อ “ซูเคียนนีส” ที่นี่สามารถหาซื้อของทุกอย่างได้

โบสถ์เซนต์แมรี่ (St Mary's Cathedral)

โบสถ์ชื่อดังของคราคูฟ คือโบสถ์เซนต์แมรี่ ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 มีความโดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ซึ่งมีความสูงถึง 81 เมตร ภายในโบสถ์มีแท่นบูชาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประมาณ 13 เมตร โดยศิลปินชาวนูเรมเบิร์กซึ่งลวดลายแกะสลักเป็นตำนานที่อยู่ในพระคัมภีร์ไบเบิล ชิ้นไม้ของแท่นบูชาแกะสลักเป็นภาพวาระสุดท้ายของ Virgin Mary และแวดล้อมด้วยเหล่าสาวก ส่วนใครต้องการชมวิวสวยๆ ของเมืองคราคูฟก็สามารถปีนบันไดกว่า 200 ขั้นของโบสถ์ขึ้นไปชมได้

เหมืองเกลือวิลิซกา (Wieliczka Salt Mine)

เป็นเหมืองเกลือที่เก่าแก่และจัดได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดของโปแลนด์อยู่ที่เมืองวิลิซกา เป็นเหมืองใต้ดินที่มหัศจรรย์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนทำให้รัฐบาลโปแลนด์ประกาศให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ภายในเหมืองมีลิฟท์ซึ่งลงลึกถึงชั้นใต้ดินของเหมือง ชั้นที่ลึกที่สุดคือ 327 เมตร โดยที่มาของเหมืองนี้เกิดจากสมัยก่อนเกลือเป็นสิ่งที่เกิดตามธรรมชาติมากว่า 20 ล้านปี และมีค่าดุจทองคำ เพราะใช้ในการถนอมรักษาอาหาร ในเหมืองเก่าแก่ชั้นใต้ดินจะมีแกลอรี่และห้องต่างๆ ซึ่งสร้างและมีการแกะสลักจากเกลือทั้งหมด ความงามของทะเลเกลือใต้พิภพ ทำให้เหมืองแห่งนี้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว และยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก้อีกด้วย

TOP

กิจกรรมที่น่าสนใจ

เทศกาลสำคัญของโปแลนด์

โปแลนด์ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเช่นเดียวกับประเทศในยุโรปตะวันออกอื่นๆ ทั้งในแง่ของภาษาและความศรัทธาในคริสต์ศาสนา รวมไปถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศ และการได้พูดคุยกับคนในท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งของการเดินทางมาท่องเที่ยวที่โปแลนด์ ชาวโปลิชมีจิตใจรักการบริการรวมถึงมีความเป็นกันเองอย่างมากไม่ว่าคุณกำลังเดินทางบนรถไฟหรือเดินเล่นตามท้องถนน ก็ล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยโอกาสในการเริ่มต้นบทสนทนากับคนใน
ท้องถิ่น กระทั่งเชิญชวนให้ร่วมรับประทานอาหารให้แก่ผู้มาเยือน

Lajkonik
เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นซึ่งมักจะตกอยู่ภายในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน เป็นขบวนแบบดั้งเดิม การจัดเทศกาลนี้ขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงและเฉลิมฉลองชัยชนะของสามัญโปแลนด์ ที่ต่อต้านกองกำลังของเจงกิสข่าน (Genghis Khan) ผู้รุกรานโดยการโจมตีค่ายของพวกเขาในเวลากลางคืน

เทศกาลไวกิ้ง
เทศกาลไวกิ้งจัดขึ้นเวลา 3 วัน บนเกาะโวลินในทะเลบอลติกประเทศโปแลนด์ ภายในงานเต็มไปด้วยการแสดงดนตรีโฟลก์ซอง และมีการจัดนิทรรศการอาวุธโบราณ เครื่องประดับ รวมถึงอาหาร และการละเล่นต่างๆ

สินค้าและของฝากจากโปแลนด์

การเดินทางมาประเทศโปแลนด์เพื่อท่องเที่ยวและอิ่มตาไปกับสถานที่ต่างๆ ก็ทำให้ต้องหาของฝากโดยเฉพาะสินค้าพื้นเมืองหรือของที่เป็นเสมือนตัวแทนของโปแลนด์นั่นเอง

อัญมณีอำพัน แม้จะเป็นเพียงซากดึกดำบรรพ์ของยางไม้ แต่อัญมณีอำพันกลับเป็นสิ่งมีค่าและมีสีสันทำให้เกิดความสวยงามของอำพัน ซึ่งจะมีคุณภาพดีเยี่ยม และถูกนำมาผลิตเป็นเครื่องประดับและอัญมณีตกแต่ง แม้ว่าอำพันจะไม่ได้เป็นแร่แต่ก็ถูกจัดให้เป็นพลอยชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่เว้นแม้แต่ข้อมือเกลือและแผ่นหิน ที่อยู่ในหมวดของฝากเดียวกัน ซึ่งราคาไม่แพงและสามารถเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ ซึ่งอำพันมีหลากหลายให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นต่างหู สร้อยคอ จี้ แหวน กำไร และเข็มกลัด สามารถซื้อเป็นของฝากและของขวัญได้ด้วย อำพันของโปแลนด์ขึ้นชื่อว่าเป็นอำพันมีคุณภาพดีที่สุดในโลกและราคามีหลากหลาย ส่วนมากจะนำไปตกแต่งด้วยเงิน

นอกจากนี้ยังมีของฝากอื่นๆ อย่างตุ๊กตาโลหะรูปคนแคระ หรือว้อดก้าที่บ่งบอกความเป็นพื้นเมืองแท้ ๆ และยังรวมถึงช็อคโกแล็ต ที่มีหลายรสหลายแบบให้เลือกอีกด้วย

อาหารที่ขึ้นชื่อของโปแลนด์

Kielbasa ไส้กรอกของชาวโปแลนด์ ที่รับประทานกับเครื่องเคียง เช่น ผัดผักกาด มันบดทอด หรือพาสต้าแบบโปแลนด์

Fillet with mushroom เป็นเนื้ออกไก่ที่ราดด้วยน้ำซอสเห็ด และมีสลัดปรุงรสเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมข้าวสวย

ซุปครีมบล็อคโคลี่พร้อมขนมผิง (บีกอส หรือซุปครีมบล็อกโคลี่พร้อมขนมผิง) ในโปแลนด์นิยมรับประทานในวันที่สองของเทศกาลคริสต์มาสถือเป็นอาหารประจำชาติของโปแลนด์ ซึ่งเป็นการนำกะหล่ำปลีดองมาปรุงกับเนื้อ เบคอน และพลัมดอง หรือผลไม้อื่น ๆ อาหารนี้เป็นที่นิยมมาก และเป็นอาหารกลางแจ้งของพรานล่าสัตว์ในสมัยก่อน บีกอส เป็นอาหารที่นิยมรับประทานกับมันฝรั่งบดหรือขนมปังข้าวไรย์ ซึ่งบีกอสสามารถเก็บในที่เย็นแล้วนำมาอุ่นใหม่ได้ และจะยิ่งทำให้รสชาติเข้มข้นขึ้น บางครั้งเก็บไว้นานเป็นสัปดาห์ เนื่องจากเป็นฤดูเก็บเกี่ยวกะหล่ำปลี และบีกอสยังมีวิตามินซีสูง จึงเป็นอาหารที่นิยมในฤดูหนาวในโปแลนด์และที่อื่นๆ

TOP

เกร็ดน่ารู้

ธุรกิจและเวลาทำการในวอร์ซอ

เวลาทำการปกติในโปแลนด์คือ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 8.00 น.-16.00 น. ในขณะที่หลายธุรกิจยังเปิดให้บริการในวันหยุดสุดสัปดาห์ และมักให้บริการในชั่วโมงการทำงานที่สั้นลงในวันอาทิตย์ พิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งมีเวลาเปิดทำการแตกต่างกัน ควรตรวจสอบล่วงหน้าก่อนวางไปเที่ยวชม

ธนาคาร 8.00 น.-16.00 น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์และ 9.00 น.-13.00 น. ในวันเสาร์
ที่ทำการไปรษณีย์ 8.00 น.-16.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์
ร้านค้า วันจันทร์ถึงศุกร์ 10.00 น.- 22.00 น. และวันอาทิตย์ 10.00 น.-21.00 น.
พิพิธภัณฑ์ เปิดให้บริการทุกวัน โดยมีเวลาเปิดทำการแตกต่างกันสำหรับแต่ละแห่ง 10.00 น.-16.00 น.
สำนักงานธุรกิจ 8.00 น.-16.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์
หน่วยงานราชการ จะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.
ร้านอาหาร โดยทั่วไปเปิดบริการตั้งแต่ 11.00 น. เป็นต้นไป

มารยาทในการรับประทานอาหารในโปแลนด์

หากไปทานอาหารกับเพื่อนหรือชาวโปแลนด์มักได้ยินคำว่า 'jedz!' หมายถึง กิน! และมารยาทที่ควรกระทำคือการลองชิมอาหารทุกจานที่นำมาเสิร์ฟ
ในขณะที่รับประทานอาหารควรใช้มีดและส้อม และหลีกเลี่ยงการใช้มือจับอาหาร การให้ทิปไม่ถือเป็นข้อบังคับที่ต้องปฎิบัติ แต่หากคุณพอใจกับอาหารและการบริการสามารถให้ทิปได้ร้อยละ 10 ของค่าอาหารเป็นมาตรฐาน ถ้าคุณบอกว่า 'dziekuje' (ขอบคุณ) ขณะบริกรกำลังรับเงินเพื่อชำระค่าบริการ พวกเขาจะตีความว่าคุณไม่ต้องการเงินทอน หากไม่ได้หมายความเช่นนั้นควรใช้คำว่า ‘prosze' (ได้โปรด) จะเหมาะสมกว่า

ภาษาโปแลนด์

ภาษาโปแลนด์ คือภาษาทางการของประเทศโปแลนด์ มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ของโปแลนด์ ในปัจจุบันจากภาษาท้องถิ่นต่างๆ โดยเฉพาะที่พูดใน Greater Poland และ Lesser Poland ภาษาโปแลนด์เคยเป็นภาษากลางในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เนื่องจากอิทธิพลทางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการทหารของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย ในปัจจุบันภาษาโปแลนด์ไม่ได้ใช้กันกว้างขวางเช่นนี้ เนื่องจากอิทธิพลของภาษารัสเซีย อย่างไรก็ดียังมีคนพูดหรือเข้าใจภาษาโปแลนด์ในพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกของยูเครน เบลารุส และลิทัวเนีย เป็นภาษาที่สองและคนอพยพจากประเทศโปแลนด์ที่อาศัยในพื้นที่ในประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล บราซิล แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ส่วนความยากคงเป็นที่ตัวอักษรที่ยากต่อความเข้าใจและการนำไปใช้ที่ยุ่งยากพอสมควร

ประวัติศาสตร์น่ารู้ของประเทศโปแลนด์

โปแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซียหรือโซเวียต โปแลนด์ต้องสู้กับรัสเซียในการรบวอร์ซอ ทหารรัสเซียมีมากกว่าทหารโปแลนด์ถึง 5 เท่า แต่ทหารโปแลนด์ที่รักชาติก็สามารถขับไล่รัสเซียออกไปได้ ต่อมาโปแลนด์มีปัญหาภายในจนทหารรัสเซียโจมตีโปแลนด์แตกในปี ค.ศ. 1939

ลักษณะนิสัยชาวโปแลนด์

ประชากรชาวโปแลนด์ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ประหยัด ไม่ฟุ้งเฟ้อ ประชากรส่วนใหญ่ที่อยู่นอกเมืองหลวงยังไม่นิยมการกู้เงิน ประชาชนเคร่งครัดกฎหมาย/กฎระเบียบ

ธงประจำชาติ

สีขาวและสีแดง มีที่มาจากตราแผ่นดินซึ่งมีนกอินทรีสีขาวบินอยู่กลางพระอาทิตย์สีแดง
ปัจจุบัน สีขาว หมายถึง สันติภาพ
สีแดง หมายถึง การต่อสู้เพื่อเอกราช

ประเพณี

  • การทักทาย มักแนะนำกันโดยใช้คำว่า "Pan" (Mr.) สำหรับชาย และ "Pani" (Miss, Mrs.) สำหรับหญิง ชายหนุ่มจะจุมพิตที่มือของหญิงที่สูงอายุกว่า และชายที่สูงวัยกว่าจะจุมพิตมือของหญิงที่อ่อนกว่าเวลาพบกัน แต่ชายหนุ่มจะไม่ทำเช่นนี้กับหญิงสาวที่มีอายุไล่เลี่ยกัน
  • ภาษาที่ใช้ในการทักทาย "Dzien dobry" (จิน โดบรี) หมายถึง สวัสดี "Dobry wieczor" (โดบรี วิซอร์) หมายถึง สวัสดีตอนเย็นและ "Do Widzenia" (โด วิดเซอเนีย) หมายถึง ลาก่อน
  • การเยี่ยมเยียน การไปเยี่ยมเยียนเพื่อน โดยมิได้บอกล่วงหน้าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเป็นทางการจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ชาวโปลนิยมทานเค้กกับน้ำชา ส่วนผู้ได้รับเชิญควรนำดอกไม้มามอบให้เจ้าภาพ แต่จำนวนดอกไม้ควรเป็นเลขคี่ และไม่ควรเป็นดอกกุหลาบแดง

หน่วยเงินตรา

สกุลเงินของโปแลนด์ ใช้สกุลเงิน สว็อตตี้ ซึ่ง 1 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 3.30 สว็อตตี้ ส่วน1 สว็อตตี้ เท่ากับ 12.6 บาท แต่หากจะแลกเงินสกุลของโปแลนด์ ก่อนแลกควรทำการโทรเช็คค่าของเงินในแต่ละวันอีกครั้ง

ระบบไฟฟ้า

การใช้ไฟฟ้าในประเทศโปแลนด์ ที่นี่ใช้กระแสไฟ 220 โวลต์ และใช้ปลั๊กสองขากลมแบบที่ใช้ในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งหากคุณต้องเสียบสายชาร์จต่างๆ ควรนำตัวแปลงกระแสไฟ (Adapter) ไปด้วย หรืออาจจะขอยืมทางโรงแรมก็ได้

เวลา

การปรับเวลาของประเทศโปแลนด์ จะมีการปรับ 2 ช่วงเวลา คือจะเริ่มปรับเวลาในช่วงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ซึ่งเวลาจะปรับเลื่อนไปข้างหน้า 1 ชั่วโมง หลังจากกำหนดการปรับเวลาจะสิ้นสุดลงในอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ก็จะทำการปรับเวลาจะเลื่อนมาข้างหลัง 1 ชั่วโมงซึ่งจะตรงตามเวลาสากลปกติ และเมื่อมีการเทียบระยะเวลาที่แตกต่างจากประเทศไทย ในช่วงของปลายเดือนมีนาคม ถึงปลายเดือนตุลาคม เวลาของโปแลนด์จะเดินช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และในเดือนที่ไม่ได้มีการปรับเวลา จะเดินช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง

การใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยว

หากต้องการโทรกลับที่เมืองไทย นักท่องเที่ยวสามารถหาซื้อการ์ดโทรศัพท์ได้ตามร้านขายของทั่วไป ราคาประมาณ 20 สว็อตตี้ หรือหากเป็นโทรศัพท์หยอดเหรียญ สามารถซื้อเหรียญที่เรียกว่า Zeton

หรืออาจจะใช้การซื้อซิมของโปแลนด์ รวมแพ็คเก็จเสริม หรือเลือกแบบที่สามารถเล่นอินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ซิมการ์ดแบบระบบเติมเงิน โดยมีผู้ให้บริการเครือข่ายหลักๆ ในประเทศโปแลนด์คือ Orange, Era GSM, Plus GSM, ซึ่งสามารถซื้อซิมการ์ดได้จากบูธขายหนังสือพิมพ์ทั่วไปโดยบอกผู้ขาย พร้อมกับระบุบริษัทผู้ให้บริการเครือข่าย

แต่หากต้องการนำโทรศัพท์ของคุณไปใช้ในระหว่างท่องเที่ยวที่โปแลนด์ กรุณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่า โทรศัพท์กับ
ซิมสามารถรับกันได้หรือไม่ เพราะในระบบ GSM ที่มีซิมการ์ด และไม่ใช่โทรศัพท์แบบ CDMA ในส่วนของประเภทโทรศัพท์ที่ใช้นั้นขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเครือข่าย คุณควรสอบถามผู้ให้บริการหรือศูนย์ที่คุณใช้ซิมอยู่ ในกรณีที่ว่าโทรศัพท์ควรปลดล็อคก่อนนำออกนอกประเทศจึงจะสามารถใช้กับซิมการ์ดอื่นๆ ได้หรือไม่ หากใช้ในประเทศโปแลนด์จะถูกคิดค่าบริการในอัตราโทรระหว่างประเทศหรือไม่ และจะต้องปิดโหมดใด หรือต้องเปิดโรมมิ่ง

หากจัดการเรื่องซิมและแพ็คเก็จโปรเรียบร้อยแล้ว ลองหาสัญญาณไวไฟตามโรงแรม ล็อบบี้ หรือร้านอาหาร เมื่อได้ไวไฟฟรีแล้ว ก็อาจใช้ social network ติดต่อคนที่เมืองไทยได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายนั้นต้องใช้โปรแกรมเหมือนกัน และยังมีบริการในอัตราประหยัดสำหรับการโทรต่างประเทศอีกด้วย

TOP

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น