เลคหลุยส์... เสน่ห์ที่น่าค้นหา เพชรเม็ดงามท่ามกลางเทือกเขาร็อกกี้ สวรรค์แห่งทะเลสาบสีมรกต ความงามที่ธรรมชาติลงปลายพู่กันแต้มสีสัน ให้กลายเป็นผลงานชิ้นมรดกโลก

ข้อมูลทั่วไป

General Information

อุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) ตั้งอยู่ในรัฐอัลเบอร์ตาซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศแคนาดาเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ถัดจากรัฐบริติชโคลัมเบีย และเมืองสำคัญ ซึ่งถือเป็นประตูสู่ธรรมชาติที่สวยงามแห่งรัฐอัลเบอร์ตานั่นก็คือเมืองคัลการี และเมืองเอ็ดมันตัน

พื้นที่ส่วนใหญ่ขอรัฐอัลเบอร์ตามีลักษณะเป็นทุ่งหญ้า และเทือกเขาสูง โดยมีแนวเทือกเขาหลักที่สำคัญ คือ เทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains) ทอดตัวยาวจากเหนือสุดของทวีปอเมริกาเหนือลงไปจนถึงรัฐนิวเม็กซิโกทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกา

เทือกเขาร็อกกี้นี้กำเนิดเมื่อประมาณ 55-80 ล้านปีก่อน มีความยาวกว่า 4,800 กิโลเมตร ปัจจุบันเทือกเขาร็อกกี้ได้รับการคุ้มครองให้เป็นป่าสงวน และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในภูมิภาคนี้

โดยในเทือกเขาร็อกกี้นี้จะมีจุดหมายปลายทางหลักๆซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวนั่นก็คือ อุทยานแห่งชาติบานฟ์ ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของแคนาดา

บานฟ์ มีภูมิทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจเต็มไปด้วยความงามของหุบเขา เทือกเขา ธารน้ำแข็ง ป่าไม้ ทุ่งหญ้า และแม่น้ำลำธาร

สำหรับในอุทยานแห่งชาติบานฟ์ก็จะมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังมากมาย และหนึ่งในจุดหมายหลักที่มีชื่อเสียงสร้างสีสัน และถูกกล่าวถึงไปทั่วโลกคงจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นั่นคือ “เลคหลุยส์” ทะเลสาบสีมรกตที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามแปลกตาเป็นเสน่ห์ ที่ชี้ชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาสัมผัสสิ่งที่ธรรมชาติได้ลงพู่กันสรรค์สร้าง ความสวยงาม ดั่งภาพวาดนี้จนต้องมาสัมผัสด้วยตาตัวเอง

สภาพภูมิอากาศ

ภูมิอากาศในชุมชนเลคหลุยส์จะเย็นกว่าเมืองบานฟ์เล็กน้อย เนื่องจากถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขา ธารน้ำแข็ง และป่าสนที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบด้วย 4 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูร้อน

กรกฎาคม – กันยายน

  • 17 – 20°C
  • (-0) – 3°C

ฤดูใบไม้ร่วง

ตุลาคม – ธันวาคม

  • (-7) – 8°C
  • (-20) – (-5)°C

ฤดูหนาว

มกราคม – มีนาคม

  • (-7.5) – 2°C
  • (-21) – (-14)°C

ฤดูใบไม้ผลิ

เมษายน – มิถุนายน

  • 7 – 17°C
  • (-6) – 2°C

ประชากร

ประเทศแคนาดา

แคนาดามีประชากรประมาณ 32 ล้านคน มีอัตราส่วนของประชากรต่อตารางกิโลเมตร = 3 ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในโลก ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส แอฟริกา อเมริกาใต้ และเอเชีย เป็นต้น
ทำให้แคนาดาเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมแบบผสมผสาน

ชุมชนเลคหลุยส์

ถือเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติบานฟ์ มีประชากรประมาณ 200 กว่าครัวเรือน 1,000 กว่าคน (ข้อมูลสำรวจปี 2001) เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงประกอบธุรกิจด้านท่องเที่ยวเป็นหลัก เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น

ดังนั้นผู้ที่ทำธุรกิจส่วนใหญ่ในชุมชนนี้ก็จะเป็นประชากรที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ในบริเวณนี้อยู่แล้ว แต่สำหรับประชากรจากต่างถิ่นที่เข้ามาทำงานและอาศัยชั่วคราว เช่น พนักงานตามโรงแรม ร้านอาหาร สามารถอยู่ในเลคหลุยส์ได้ชั่วคราวแต่ไม่สามารถสร้างบ้านพักเป็นการถาวรได้ เนื่องจากได้มีกฎหมายเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณอุทยานนี้แบบเข้มงวด เพื่อรักษาธรรมชาติที่สวยงามและมรดกโลกให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

เวลาท้องถิ่น

เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศกว้างใหญ่ จึงแบ่งเวลาออกเป็น 6 โซนตามพื้นที่ไล่ไปตั้งแต่ฝั่งซ้ายสุดจนถึงขวาสุด คือ Pacific Standard Time, Mountain Standard Time, Central Standard Time, Eastern Standard Time, Atlantic Standard Time และ Newfoundland Standard Time โดยแต่ละโซนเวลาต่างกัน 1 ชั่วโมง มีเพียงโซน นิวฟาวด์แลนด์ที่เวลาต่างออกไปครึ่งชั่วโมง และ โซน แปซิฟิกต่างกับเวลาที่กรีนิช 8 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น

แวนคูเวอร์

อยู่ในโซนแปซิฟิก เวลาช้ากว่าไทย 14 ชั่วโมง

คัลการี (อุทยานแห่งชาติบานฟ์)

อยู่ในโซนเมาท์เทนแสตนดาร์ดเวลาช้ากว่าไทย 13 ชั่วโมง

โตรอนโต

อยู่ในโซนอีสเทิร์น เวลาช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง

เชื้อชาติ

สังคมของแคนาดาเป็นสังคมที่มีส่วนผสมของชนชาติต่างๆ มากมาย ประชากรโดยทั่วไปสืบเชื้อสายจากเชื้อชาติยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อิตาเลียน และมีชนชาติที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมากที่สุด ระหว่างปี พ.ศ. 2534 - 2543 คือคนจากเอเชีย (จีน อินเดีย ปากีสถาน ลาว เขมร เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อิหร่าน) ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59.5 ของคนเข้าเมืองเพื่อตั้งถิ่นฐานในแคนาดา

เงินตรา

ประเทศแคนาดาใช้สกุลเงิน CANADIAN DOLLAR อัตราแลกเปลี่ยน 1 CAD = 24.86 บาท (อัตราอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

ระบบไฟฟ้า

ขนาด 110 โวลต์ ปลั๊กแบบ 2 ขาแบน

ความเป็นมาของเลคหลุยส์

History of Lake Louise

เลคหลุยส์ (Lake Louise) อยู่ห่างจากสนามบินเมืองคัลการีประมาณ 177 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นประตูเข้าสู่อุทยานแห่งชาติบานฟ์ที่ใกล้และสะดวกที่สุด โดยเลคหลุยส์ไม่ถือว่าเป็นเมืองในรัฐอัลเบอร์ตาแต่เป็นชุมชนหนึ่งที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดของแคนาดา คือ 1,700 เมตร (5,740 ฟุต)

ดังนั้นหากอ่านในสถิติว่าเมืองใดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดจึงมักจะได้คำตอบคือ เมืองบานฟ์(Banff) เพราะที่นี่ถือเป็นแค่หมู่บ้านหนึ่งในเมืองบานฟ์เท่านั้น ดั้งเดิมพื้นที่บริเวณ
เลคหลุยส์เป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมืองกลุ่มสโตนนี่ อินเดียนส์ (Stoney Indians)

แต่บุคคลที่ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองคนแรกที่ได้เห็นความงามของทะเลสาบแห่งนี้ คือ Thomas Wilson ในปี 1882 ขณะที่ทำหน้าที่เตรียมอุปกรณ์สร้างทางรถไฟสาย แคนาเดียนร็อกกี้ เขาได้ยินเสียงหิมะถล่ม จึงเข้าไปดูและพบกับทะเลสาบนี้ ซึ่งชาวพื้นเมืองเรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่า HO-RUN-NUM-NAY แปลว่า "Lake of Little Fishes"

ต่อมาพวกเขาจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ทะเลสาบมรกต (Emerald Lake)" ตามสีของน้ำในทะเลสาบ จนกระทั่งถูกเปลี่ยนอีกครั้งในปี 1884 ว่า "เลคหลุยส์ (Lake Louise)" ตามพระนามพระธิดาองค์ที่ 4 ของพระนางเจ้าวิกตอเรีย (Queen Victoria) นั่นคือเจ้าหญิง Louise Caroline Alberta ซึ่งมาพำนักอยู่ที่แคนาดาตามพระสวามี

ถืงแม้จะเป็นชุมชนท่องเที่ยวขนาดเล็กที่เปรียบดั่งเพชรเม็ดงามแห่งเทือกเขาร็อกกี้ ความหลากหลายทางด้านการท่องเที่ยวของเลคหลุยส์ก็เป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทุกฤดูกาลเพราะในเขตอุทยานแห่งชาตินี้มีชื่อเสียงที่สุดในฐานะเมืองรีสอร์ทฤดูหนาวที่มีกิจกรรมท่องเที่ยวบนลานหิมะมากมาย

แต่ส่วนในฤดูร้อนก็จะกลายเป็นแหล่งสัมผัสกับธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของแนวป่าสนที่เขียวขจีพื้นน้ำทะเลสาบแทบทุกแห่งสะท้อนแสงแดดเป็นสีเทอควอยซ์ หรือชมวิถีชีวิตความสมบูรณ์ของสัตว์ป่า เช่น แพะภูเขา กวางมูส กวางเอลก์ คาริบู ควายป่าไบซัน
หมีกริซลี่ หมีดำ สุนัขจิ้งจอกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงร้องโดยรอบของกระรอกดินสายพันธุ์
โคลัมเบี่ยน ที่เราจะพบความน่ารักนี้ได้ในทั่วทุกพื้นที่ของเลคหลุยส์ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น

เลคหลุยส์ (LAKE LOUISE)

เลคหลุยส์ หรือ ลัคหลุยส์ (Lac Louise ในภาษาฝรั่งเศส) จะมีภาพเบื้องหลังคือ ยอดเขาวิกตอเรีย (Mt. Victoria) ซึ่งถือเป็นลักษณะเด่นของทะเลสาบนี้บนยอดเขามองเห็นเป็นธารน้ำแข็งมีหิมะปกคลุมตลอดปี วันที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะเห็นสีขาวของหิมะตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้าอย่างชัดเจน ประกอบกับน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีเขียวเป็นภาพที่สวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาถ่ายภาพกับทะเลสาบที่มุมนี้

สีมรกตของน้ำในทะเลสาบเป็นแร่ธาตุที่ละลายจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็ง ลักษณะของน้ำจากธารน้ำแข็งที่ไหลลงสู่ทะเลสาบเป็นเหมือนผงแป้งสีขาวไม่ละลายน้ำ เรียกว่า Glacial Milk แต่แร่ธาตุบางส่วนซึ่งละลายได้จะสะสมอยู่ในน้ำทำให้สีเข้มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกิดการตกตะกอนจะทำให้น้ำกลายเป็นสีฟ้า และยิ่งสะท้อนแสงให้เห็นชัดเจนเมื่อมีแสงแดดส่อง โดยเฉพาะแสงที่ได้จากการสะท้อนใต้พื้นทะเลสาบที่เป็นผงสีขาว ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดเจนบริเวณ Lake Louise และ Payto Lake ทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเลคหลุยส์ ภาพผงแป้งหรือตะกอนดินสีขาว (Glacial silt) ที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งที่ปลายทะเลสาบเลคหลุยส์ตะกอนนี้ทั้งดูดซับและสะท้อนกับแสงแดดเกิดเป็นสีสันที่สวยงาม บริเวณริมทะเลสาบจะมีอาคารเก่าแก่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นเคียงคู่เลคหลุยส์ นั่นก็คือ โรงแรม Fairmont Chateau Lake Louise สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1890 มีอายุมากกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บนฝั่งทางตะวันออกของทะเลสาบแห่งนี้ ด้วยทำเลที่ตั้งของโรงแรม ทำให้ตัวอาคารโดดเด่นและดูหรูหราเปรียบเสมือนปราสาทในนิยาย ที่มีสวนหลังบ้านเป็นวิวของป่าสนและทะเลสาบที่สวยงาม เสริมให้สถานที่ดูมีเสน่ห์ดังต้องมนตร์ ไม่ว่าจะฤดูกาลใดก็ทำให้ที่แห่งนี้มีเสน่ห์ด้วยตัวของมันเอง ในช่วงฤดูหนาว ภูมิทัศน์โดยรอบจะดูเงียบสงบ ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลนทะเลสาบเป็นพื้นน้ำแข็ง สามารถลงไปเดินเล่นบนพื้นได้หากบริเวณนั้นๆ มีน้ำแข็งที่หนาแน่นเพียงพอ (ซึ่งจะมีป้ายประกาศแจ้งเตือนในบริเวณนั้น) หรือจะเป็นช่วงฤดูร้อน จุดนี้ก็สามารถสร้างภาพดังเช่นโปสการ์ดเป็นที่ติดตาตรึงใจได้อย่างสวยงาม เพราะจะเป็นวิวขอตัวปราสาทสีครีมตั้งตระหง่านคู่กับน้ำทะเลสาบสีมรกตรายล้อมตัวอาคารด้วยป่าสน โอบล้อมด้วยขุนเขาตกแต่งด้วยดอกไม้ป่า และธารน้ำแข็งที่สวยงาม

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจรอบๆ เลคหลุยส์

Attractions around Lake Louis

1. เมืองคัลการี (Calgary)

คัลการี เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 1988 และเป็นเมืองที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อขุดพบน้ำมันปิโตรเลียมเมื่อปี 1937 ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา นับเป็นเมืองที่สงบน่าอยู่เมืองหนึ่งย่านใจกลางเมืองแหล่งธุรกิจการค้ามีตึกสูงเหมือนประเทศไทย แต่การจราจรไม่วุ่นวายเท่าการที่เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติบานฟ์ จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก สถานที่น่าสนใจในคัลการี่มีอยู่หลายแห่ง อาทิ คัลการี่ทาวเวอร์ เป็นหอสูงสำหรับชมวิว สวนโอลิมปิก พิพิธภัณฑ์เกล็นโบว เป็นต้น

2. เมืองบานฟ์ (Banff)

Banff เป็นเมืองเก่าแก่สร้างเมื่อมีการสำรวจเพื่อสร้าง ทางรถไฟ Trans Canada Highway (Highway 1) มีขนาดเมืองไม่ใหญ่ มีประชากรเพียง 7 พันกว่าคน แต่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนปีละถึง 3 ล้านคน เนื่องจากมีการจำกัดขนาดเมือง คนที่จะมาศัยอยู่ที่นี่จะต้องอยู่ประจำและทำงานที่นี่ ไม่อนุญาตให้สร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ หรือมาอยู่เพียงชั่วคราว

ส่วนบ้านเรือนหรือตัวอาคาร จะอนุรักษ์รูปทรงไว้แบบเดิม ลักษณะตัวเมืองเป็นเมืองรีสอร์ทดูสะอาดสวยงามน่าเดินเล่น ที่สำคัญของเมืองนี้คือภาพพื้นหลังของเมืองบานฟ์กับวิวของเทือกเขาแคสเคดที่เพิ่มความงามและความน่ารักของเมืองนี้ โดยให้คะแนนเต็มกับความงามกันเลยทีเดียว สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างของที่นี่ก็คือการไปเยือน Banff Avenue เป็นเมืองเล็ก ๆ ท่ามกลางหุบเขาสูงใหญ่ มองเห็นวิวฉากหลังของภูเขาแคสเคดได้แบบเต็มตาตัวเมืองเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ มีร้านค้าขายของที่ระลึกและคาเฟ่เก๋ ๆ มากมายโดยเฉพาะในฤดูหนาวเมืองทั้งเมืองจะกลายเป็นสีขาว มีการประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีสันห้ความรู้สึกราวกับเป็นเมืองในฝันเลยทีเดียว

3. ทะเลสาบมอเรน (Moraine Lake)

Moraine Lake ความสวยงามทะเลสาบสีฟ้าธารน้ำแข็งแห่งแคนาดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) ในหุบเขาเดอะวัลเลย์ ออฟ เดอะ เท็น พีกส์ (The Valley of the Ten Peaks) ที่ระดับความสูงประมาณ 1,885 เมตรและมีพื้นที่ประมาณ 0.5 ตารางกิโลเมตร มีความลึกถึง 14 เมตร ตั้งอยู่ในระแวกเดียวกับเลคหลุยส์ ซึ่งห่างจากเลคหลุยส์เพียง 8.7 กิโลเมตร และขับไปทางตะวันตกของบานฟ์ประมาณ 1 ชั่วโมง จากลานจอดรถเดินต่อไปอีกหน่อยประมาณ 300 เมตร ขึ้นเนินเขาหินไปที่แพลตฟอร์มชมวิว ซึ่งเป็นจุดที่มีทัศนียภาพที่ดีที่สุด

น้ำสีฟ้าสวยงามนี้เกิดจากการหักเหของแสงและธารน้ำแข็ง ซึ่งน้ำของทะเลสาบจะสีสวยเขียวสุดๆ ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน แค่ภาพๆ เดียวก็สามารถทำให้นักท่องเที่ยวตามมาพิสูจน์ความสวยงามของทะเลสาบแห่งนี้กันมากมาย ที่นี่จึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากที่สุดในแคนาดา

ทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์แห่งนี้ปรากฏอยู่บนโปสการ์ดนับไม่ถ้วนและด้านหลังธนบัตร 20 ดอลลาร์แคนาดา ถือเป็นจุดที่มีทัศนียภาพน่าถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแคนาดา “ทัศนียภาพ 20 ดอลลาร์” ย่อขนาดมาจากทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์และภูเขาที่อยู่รอบๆ 10 แห่ง ทิวทัศน์ดังกล่าวเคยเป็นภาพที่ปรากฏอยู่ด้านหลังธนบัตร 20 ดอลลาร์แคนาดา และก็กลายเป็นชื่อเรียกเล่นๆ จนติดปาก

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพและการถ่ายภาพ ภาพของยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและผืนน้ำใสสะอาดล้อมรอบด้วยต้นสนจัดเป็นภาพที่สวยสมบูรณ์แบบบนโปสการ์ด มีเส้นทางเดินรอบทะเลสาบและมีเรือแคนูให้เช่า ทะเลสาบแห่งนี้เข้าชมได้เฉพาะเดือนมิถุนายนไปจนถึงกันยายนเพราะหิมะจะกั้นถนนในช่วงฤดูหนาว

ทะเลสาบที่จับตัวเป็นธารน้ำแข็งจะมีสีน้ำเงินสะดุดตาจากแร่ต่างๆ ในน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขารอบๆ เดอะ วัลเลย์ ออฟ เดอะ เท็น พีกส์ มีภูเขาสูงที่สุดเป็นอันดับสามในเทือกเขาร็อกกี้ฝั่งแคนาดา นั่นคือ ยอดเขาเมานต์ เทมเปิลสูง 3,540 เมตร ทะเลสาบแห่งนี้จะเปล่งประกายที่สุด ในช่วงกลางวันยามที่พระอาทิตย์ตั้งตรงเหนือศีรษะพอดี และสามารถรอชมสีสันที่เปลี่ยนแปลงบนทะเลสาบ ซึ่งก็คือพื้นผิวน้ำจะสะท้อนยอดเขาสิบแห่งนั่นเอง

4. ทะเลสาบเพห์โต (Peyto Lake)

Peyto Lake หรือ ทะเลสาบรูปสุนัขจิ้งจอก ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างสุดเก๋ไก๋และสีของน้ำที่เป็นสีฟ้าน้ำนมสวยงาม เนื่องจากเป็นน้ำที่ละลายมาจากธารน้ำแข็ง Peyto ตั้งอยู่ในบริเวณเขตเทือกเขาวาปูติก (Waputik Range) ระหว่างทางจากเลคหลุยส์สู่ทุ่งน้ำแข็งโคลัมเบียริมถนนสายหลักที่มีชื่อว่า Icefields Parkway ซึ่งจุดที่มองเห็นทะเลสาบได้ชัดเจนที่สุดคือบนเนินเขาโบว์ซัมมิต โดยต้องเดินทางเท้าจากถนนใหญ่ไปประมาณ 10 นาที

5. ทุ่งธารน้ำแข็งโคลัมเบีย (Columbia Icefields)

มีลักษณะเป็นลานแผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในเขตเทือกเขาร็อกกี้ฝั่งอเมริกาเหนือตั้งอยู่ระหว่างเขตติดต่อของรัฐบริติชโคลัมเบียและรัฐแอลเบอร์ตา โดยแผ่นน้ำแข็งนี้วางตัวทอดยาวอยู่ทางด้านใต้ของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ (Jasper National Park) และทางด้านเหนือของ อุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 325 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 8 ธารน้ำแข็งใหญ่ๆ และธารน้ำแข็งที่สามารถเข้าถึงได้และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวก็คือ ธารน้ำแข็งอทาบาสกา (Athabasca Glacier) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมี Snow Coach ไว้คอยต้อนรับและพานักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมยังแผ่นน้ำแข็งสุดอลังการนี้ ที่นี่จะมีอีกกิจกรรมนึงที่เพิ่งเปิดเมื่อเดือน พ.ค. 2557 คือ Glacier skywalk (คล้ายๆ ที่ Grand Canyon)

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ

A little bit of knowledge.

1. อาหารในเลคหลุยส์

เนื่องจากในอุทยานแห่งชาติบานฟ์เป็นที่ตั้งของเมืองรีสอร์ทท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น ชุมชนเลคหลุยส์และเมืองบานฟ์ ดังนั้นอาหารการกินส่วนใหญ่ในจะมีทางเลือกค่อนข้างจำกัด โดยส่วนมากจะเป็นอาหารท้องถิ่นสไตล์ตะวันตก แต่อย่างไรก็ตามรสชาติอาหารของเมืองนี้ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว สำหรับอาหารเอเชียจะสามารถพอหาทานได้ในตัวเมืองบานฟ์เท่านั้น เช่น อาหารจีน เกาหลี และญี่ปุ่น เมนูขึ้นชื่อของเมืองนี้ เช่น

ปูติน (Poutine)

เป็นเมนูห้ามพลาด เพราะถือเป็นเมนูขึ้นชื่อและเป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศแคนาดา โดยมีต้นกำเนิดมาจากรัฐควิเบก แล้วได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วทุกพื้นที่ของแคนาดา ลักษณะพิเศษคือการนำเฟรนซ์ฟรายราดด้วยน้ำเกรวี่และโรยชีสแบบเต็มๆ คำ บางสูตรอาจเพิ่มเบคอน ผักต่างๆ ลงไปด้วย

เนื้อวัวอัลเบอร์ตา (Alberta Beef)

เนื่องจากรัฐอัลเบอร์ตามีพื้นที่เป็นเทือกเขาร็อกกี้และบริเวณที่ราบมีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าแพร์รี่เหมาะสำหรับเป็นแหล่งเลี้ยงสัตว์ จนกลายเป็นปศุสัตว์หลักของประเทศ ทำให้เนื้อวัวจากรัฐนี้เป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในแคนาดา เมื่อนำมาปรุงอาหารจะมีความนุ่มละลายในปาก

สเต็กเนื้อต่างๆ (Steak)

ถือเป็นจานเด็ดของรัฐนี้ เช่น เนื้อกวาง เนื้อไบซัน (ควายป่า) เนื้อเอลก์ เป็นต้น ซึ่งเมนูแหล่านี้อาจจะดูแปลกสำหรับคนต่างถิ่นอย่างเรา แต่คนพื้นเมืองที่นี่ขอยกนิ้วให้ว่าสเต็กเนื้อสัตว์เหล่านี้เมื่อนำมาผ่านกระบวนการหมักปรุงรสแล้วนำมาย่างไฟอ่อนๆ ปรุงสำเร็จแล้ว ต้องบอกว่าเป็นเมนูที่เลิศรส อร่อยนุ่มลิ้นไม่มีกลิ่นสาบหรือรสชาติแปลกประหลาดเหมือนที่เราจินตนาการไว้เลย

2. การให้ทิป

เงินค่าทิปถือเป็นเรื่องปกติในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และตามเมืองอื่นๆ ทั่วทุกพื้นที่ของทวีปอเมริกาเหนือ เมื่อเดินทางท่องเที่ยวในชุมชนเลคหลุยส์ก็เช่นกัน สถานที่ที่เราควรให้ทิปแก่ผู้ให้บริการ เช่น

ร้านอาหาร

หากพนักงานบริการดีเป็นที่พึงพอใจก็ควรให้ทิปเพิ่มประมาณ 15-20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ หรือบาร์สำหรับนั่งดื่มอาจจะให้น้อยลงนิดนึงประมาณ 10-20% ขึ้นอยู่กับการบริการ

ร้านกาแฟ

จะมีกล่องทิปบริเวณเคาน์เตอร์ อาจจะให้สักเล็กน้อยหากลูกค้าได้รับบริการที่เป็นที่พึงพอใจ

โรงแรม

พนักงานยกกระเป๋า 1-2 CAD ต่อใบ
พนักงานทำความสะอาดห้อง 10-15% ของค่าใช้จ่าย
Taxi 10 – 15% ของยอดค่าใช้บริการ

3. เวลาทำการของสถานที่ต่าง ๆ (ขึ้นอยู่กับฤดูกาล)

ร้านขายของห้างร้านต่างๆ

จันทร์ – อาทิตย์
เวลา 09:00 – 18:00 น.

ร้านอาหาร

จันทร์ – อาทิตย์
เวลา 08:00 – 20:00 น.

ซุปเปอร์มาร์เก็ต

จันทร์ – อาทิตย์
เวลา 08.00 – 19.00 น.

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น