มาร์ราเกช

Marrakech

การสัมมนารับเชิญสองผู้สถาปนา 2560 ณ มาร์ราเกช ราชอาณาจักรโมร็อกโก

มาร์ราเกช..... เมืองแห่งสีสันและมนต์เสน่ห์ที่อยู่เหนือทุกจินตนาการ จากชายฝั่งทะเลสู่เทือกเขาสูง จรดใจกลางทะเลทราย มากด้วยอารยธรรมโบราณนับพันปี ศิลปะวัฒนธรรมแขกมัวร์อันน่าตื่นตาตื่นใจ หลากหลายความฝัน  ความมหัศจรรย์  และความงามรวมกันอยู่ที่แห่งนี้ 

ข้อมูลทั่วไป


ราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco) สถานที่ท่องเที่ยวของโมร็อกโกกระจายตัวอยู่ตามเมืองใหญ่ ทั้งชายฝั่งทะเล เขตภูเขา หรือเขตทะเลทราย ความแตกต่างของพื้นที่ได้สร้างสรรค์ทรัพยากรธรรมชาติ ชีวิต และวัฒนธรรมที่หลากหลาย เมืองหลวงคือ ราบัต (Rabat) ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก แนวกำแพงเมืองทอดยาวตามสันเขา โอบล้อมสุเหร่า พระราชวัง และสุสานสำคัญของประเทศ นอกจากนั้นยังมีเมืองใหญ่อย่างคาซา- บลังกา (Casablanca) มาร์ราเกช (Marrakech) และเฟส (Fes) ที่พร้อมให้ความสุขไม่ซ้ำรูปแบบแก่ผู้มาเยือน

TOP

ชื่อทางการ

ราชอาณาจักรโมร็อกโก (Kingdom of Morocco)

ทำเลที่ตั้ง

ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา ทิศเหนือติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศใต้ติดประเทศมอริเตเนีย และทิศตะวันออกติดประเทศแอลจีเรีย

ภูมิประเทศ

ราชอาณาจักรโมร็อกโกมีพื้นที่ 446,550 ตารางกิโลเมตร (นอกจากนี้ ยังมีดินแดนซาฮาราตะวันตก ซึ่งมีพื้นที่ 252,120 ตารางกิโลเมตร โดยโมร็อกโกได้อ้างสิทธิเหนือดินแดนดังกล่าว และยังคงเป็นกรณีพิพาทกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นและกับแอลจีเรียด้วย)

ภูมิอากาศ

มีความหลากหลาย เป็นที่ตั้งของเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับสองของแอฟริกา คือเทือกเขาแอตลาส และมีพื้นที่ครอบคลุมทะเลทรายซาฮาราบางส่วนด้วย ภูมิอากาศบริเวณชายฝั่งทะเลมีอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน แต่ทางตอนในของประเทศมีอากาศแห้งแล้งแบบทะเลทราย

เมืองหลวง

กรุงราบัต (Rabat)

ประชากร

33 ล้านคน โดยเป็นชาวอาหรับ-เบอร์เบอร์ ร้อยละ 99.1 ชาวยิว ร้อยละ 0.2 และเชื้อชาติอื่นๆ ร้อยละ 0.7

ศาสนา

ประชากรร้อยละ 98.7 นับถือศาสนาอิสลาม (สุหนี่) ศาสนาคริสต์ ร้อยละ 1.1 และศาสนาจูดาห์ (ยิว) ร้อยละ 0.2

ภาษา

โมร็อกโกยังคงใช้ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ ส่วนภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป คือ ภาษาฝรั่งเศส รองลงมาเป็นภาษาอังกฤษบ้างตามหัวเมืองใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังมีภาษาท้องถิ่นที่เรียกว่าเบอร์เบอร์ (Berber)

ระบอบการปกครอง

ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร พระมหากษัตริย์ สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 (King Mohammed VI)

ข้อมูลทั่วไปของเมืองมาร์ราเกช

มาร์ราเกชเป็นเมืองขนาดใหญ่ในประเทศโมร็อกโกซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่ตั้งอยู่เชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมร๊อกโก ถือเป็นเมืองชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงเก่าที่นักเดินทางสมัยก่อนเรียกว่า Morocco City เมืองมาร์ราเกชนี้ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1062 โดยอะบู บักร์ อิบน์ อุมัร (Abu Bakr ibn Umar) หัวหน้าเผ่าและเป็นลูกพี่ลูกน้องกับยูซุฟ อิบน์ ตาชฟีน โดยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์อัลมอราวิดส์แห่งแอฟริกา ในสมัยกลางเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่เมืองหนึ่งของศาสนาอิสลาม ต่อมาฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองใน ค.ศ. 1912 หลังจากนั้นฝรั่งเศสได้พัฒนาส่วนที่เป็นเมืองใหม่ขึ้น

ปัจจุบันมาร์ราเกช ถือเป็นเมืองหนึ่งที่คึกคักที่สุดในโมร็อกโก มีประชากรประมาณ 794,620 คน และเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า และเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และอาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้

TOP

สถานที่ที่น่าสนใจ

พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace)

สร้างในปลายศตวรรษที่ 19 โดย Si Moussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของผู้สำเร็จราชการที่ส่งมาจากฝรั่งเศสเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 ลักษณะภายนอกเป็นอาคารแบบเรียบๆ แต่ภายในตกแต่งด้วยการแกะสลักปูน stucco มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก

**เปิดวันจันทร์-พฤหัสบดี 08.30 – 11.45 น. และ 14.30 – 17.45 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ 08.30-11.45 น. / วันศุกร์ 15.00-17.45 / ค่าเข้าชม 10 ดีร์แฮม

สุสานของสุลต่านซาเดียน (Saadian Tomb)

สถานที่สำคัญที่ถูกทิ้งร้างมามากกว่า 2 ศตวรรษ หลายร้อยปีต่อมาได้มีการสำรวจทางอากาศจึงพบว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสุสานที่สวยงามที่สุด ซึ่งก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมในศิลปะแบบโมร็อกกัน-อันดาลูเซียน อันโอ่อ่าอลังการแห่งหนึ่งของโมร็อกโก ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามในแบบฉบับของศิลปะแบบมัวริส (Moorish) แท้ๆ ความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังไปจนถึงเพดาน และสวนสวยภายนอกที่สร้างขึ้นใหม่ โดยเขาว่าเป็นการทำตามแบบสวนสวรรค์ของพระอัลเลาะห์ (Allah's Paradise)

TOP

จัตุรัสกลางเมือง เจมา เอล ฟนา (Djemaa El Fna Square)

จัตุรัสที่กว้างขวางและเก่าแก่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ใน Medina square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เรียกได้ว่าเป็นตลาดที่มีความหลากหลายขายทั้งผลไม้ ของกิน อาหารปิ้งย่าง แต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็น รถเข็นขายน้ำส้มคั้นสด ๆ จอดขายกันเรียงรายตลอดทาง ย่านนี้เปรียบเสมือนเวทีกลางแจ้งของเหล่านักแสดงโชว์การละเล่นพื้นเมือง และเป็นที่ทำมาหากินของนักมายากล หมองู ช่างขัดรองเท้า อีกมากมาย ท่านสามารถถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายของเมืองมาร์ราเกชขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสได้อย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

มัสยิดกูตูเบีย (Koutoubia Mosque)

เป็นมัสยิดที่โดดเด่นเป็นสง่าของเมืองมาราเกชเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นมัสยิดที่มีหอคอยสูงตระหง่านกว่า 70 เมตร ทำให้ไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดแห่งนี้ได้ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 12 ได้ชื่อว่าเป็นอนุสรณ์สถานของชาวมุสลิมที่สมบูรณ์ที่สุดในดินแดนแอฟริกาเหนือ (เปิดให้เฉพาะชาวมุสลิมเท่านั้น ที่จะเข้าไปถึงชั้นในของสุเหร่าได้ รวมทั้งจุดชมวิวที่อยู่บนยอดสุเหร่าด้วย)

สวนเมเนรา (Menara Gardens)

ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าไม่ไกลจาก “จัตุรัส เจมา เอล ฟนา” มากนัก เป็นสวนที่มีสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งแต่เดิมสร้างเป็นบ่อเก็บน้ำ และล้อมรอบด้วยต้นมะกอกและสน มีตัวอาคารที่งดงามและเทือกเขาแอตลาสเป็นฉากหลัง เป็นสวนต้นแบบที่ราชวงศ์โมร็อกโกนิยมกันในเวลาต่อมา เปิดทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น.

สวนมาจอแรลล์ (Majorelle Garden)

สวนมาจอแรลล์หรือที่รู้จักกันในชื่อ สวนอีฟส์ แชงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurent Gardens) เป็นสวนสาธารณะขนาด 2 เอเคอร์ที่รวบรวมพรรณไม้แห่งทะเลทรายนานาพันธุ์ สวนนี้ถูกออกแบบโดยใช้สีส้มและสีฟ้าเป็นองค์ประกอบหลัก ไฮไลต์สำคัญๆที่ไม่ควรพลาดจะอยู่ที่โซนโชว์กระบองเพชร ซึ่งรวบรวมพันธ์ุแปลกตาหาชมได้ยากจากที่อื่น หรือสถาปัตยกรรมสีสดที่ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะเอาไว้หลากหลายแขนง ตลอดเส้นทางเยี่ยมชม นักท่องเที่ยวจะสามารถเพลิดเพลินไปกับความเขียวชอุ่มจากพรรณไม้รอบๆ พบนกสายพันธุ์แปลกๆ ที่โชว์ตัวบ้าง เปล่งเสียงทักทายบ้าง ทำให้ท่านตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย

หุบเขาโอริก้า บนเทือกเขาไฮแอตลัส (High Atlas Mountains)

หากเบื่อในเมืองแล้ว สามารถออกไปสัมผัสธรรมชาตินอกเมืองกันต่อที่ หุบเขาโอริก้า บนเทือกเขาไฮแอตลาส (High Atlas Mountains) ซึ่งออกจากตัวเมืองมาร์ราเกชไปทางตอนใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร เทือกเขาไฮแอตลาส เป็นแนวเทือกเขาที่มีความสำคัญที่กั้นเมืองมาร์ราเกชกับทะเลทรายซาฮารา มีระดับความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งมีความหลากหลายของลักษณะอากาศ ที่มีทั้งความชื้นและแห้งแล้ง ตามแนวเชิงเขาเขตแห้งแล้ง เราสามารถพบเห็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ของชาวโมร็อกโก ที่มีการปลูกสร้างอย่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติอยู่ตลอดแนว เป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจ

TOP

กิจกรรมที่น่าสนใจ

อาบน้ำแบบตุรกี (Hammam)
ฮามมัม เป็นกิจกรรมแบบเดียวกับการอบไอน้ำและการอาบน้ำเพื่อการผ่อนคลาย ในอดีต ฮามมัมเป็นสถานบริการสาธารณะที่ไม่มีการแยกชนชั้นวรรณะทางสังคม ทุกคนสามารถเข้ามาใช้บริการกันได้ หลายที่ในโมร็อกโกจึงกลายเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่งดงาม ปัจจุบันมีการประยุกต์รูปแบบของฮามมัมมาทำเป็นธุรกิจประเภทสปาโดยเฉพาะที่มาร์ราเกช นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางจึงมักจะไม่พลาดกิจกรรมนี้แน่นอน

เทือกเขาไฮแอตลาส (High Atlas Mountains)
สวรรค์ของผู้ที่ชอบความท้าทายและรักธรรมชาติ เทือกเขาแห่งนี้เป็นแนวเทือกเขาที่มีความสำคัญซึ่งกั้นเมืองมาร์ราเกชกับทะเลทราบสะฮารา มีระดับความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีความหลากหลายของลักษณะอากาศ มีทั้งความชื้นและแห้งแล้ง และสามารถพบเห็นหมู่บ้านเล็กๆของชาวโมร็อกโก ที่มีการปลูกสร้างอย่างกลมกลืนไปกับธรรมชาติตลอดแนวเทือกเขา

ขี่อูฐชมทะเลทรายซาฮารา (Camel Trekking)
การขี่อูฐบนทะเลทรายซาฮาราเป็นประสบการณ์ที่สนุกและน่าประทับใจยิ่ง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากนักท่องเที่ยวผู้ชอบชื่นชมและชื่นชอบทัศนียภาพอันงดงามราวภาพวาดของทะเลทรายซาฮารา

เราได้ท่องไปในทะเลทราย ซาฮาราบนหลังอูฐที่เดินขึ้นลงผ่านเนินทรายสูงต่ำ ได้เห็นเนินทรายสูงมากที่มีชื่อเสียง คือ เนินทรายเอร์ก เชบบี้ (Erg Chebbi) อีกทั้งได้ชมพระอาทิตย์ที่กำลังตกลับเหลี่ยมสันเนินทราย ท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกสวยงามเหลือเกิน ยากที่จะบรรยายได้ เราขี่อูฐไปตามเนินสันทรายชมพระอาทิตย์ตกดิน ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ จนถึงโรงแรมที่พักที่อยู่ติดกับขอบเนินทรายของซาฮารา

เฮนน่า (Henna)
สำหรับใครที่ชอบการเพนต์ตัวด้วยลวดลายสวยงาม(แบบไม่ถาวร) เฮนน่าถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด เพราะที่มาร์ราเกชนั้มมีร้านเพนต์ลายเฮนน่าอยู่มาก และมีหลากหลายลายให้เลือกมากมาย

สินค้าและของฝากจากมาร์ราเกช

พรม พรมถือว่าเป็นเป็นสินค้ายอดนิยมเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าท่านจะเดินทางไปไหนในเมืองมาร์ราเกชท่านก็จะพบกับพรมหลากสี หลายลวดลาย ทั้งขนาดน้อยใหญ่ ตั้งแผงขายให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างสบายใจ

เครื่องประดับ ถ้าท่านสังเกตสาวโมร็อกโกส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยเครื่องประดับเงินและหินสีสวยงามมากมาย ดังนั้นเครื่องประดับเงินจึงเป็นสินค้าที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของมาร์ราเกช ด้วยความงดงามของเนื้อเงิน และดีไซน์ที่สวยแปลกตา รับรองว่าท่านที่ชอบเครื่องประดับจะต้องอดใจไม่ไหวแน่นอน

งานไม้ สองสิ่งที่ทำให้งานไม้แบบ Marquetry ของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นคือ หนึ่งการเข้าลิ่มเชื่อมต่อลายไม้ที่สวยงามไร้รอยต่อ และสองคือความหลากหลายของงานไม้ที่มีให้ผู้ที่สนใจได้เลือกสรรไม่ว่าจะเป็น กล่องเก็บสารพัดประโยชน์ กรอบรูป ชิ้นงานศิลปะตั้งโชว์ กุญแจไม้ลายสวย ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นน้อยใหญ่

เครื่องปั้นดินเผา เครื่องปั้นดินเผาที่นี่มีสีสันสดใสสะดุดตา ลวดลายสวยงามคล้ายลายผ้า และมีรูปแบบให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นจานชาม หม้อไห แจกัน เครื่องปั้นบางชิ้นนั้นก็โดนใจนักท่องเที่ยวมากถึงกับซื้อหาไปไว้ประดับตกแต่งผนังบ้านของตนก็มี

อาหารที่ขึ้นชื่อของโมร็อกโก

อาหารโมร็อกโกมีความแตกต่างจากอาหารแนวเมดิเตอร์เรเนียนในแถบยุโรป เนื่องจากอาหารโมร็อกโกจะมีความเป็นอาหรับเข้ามาช่วยเสริม แต่มีจุดเด่นเฉพาะตัวคือจะเสิร์ฟมาในภาชนะที่มีฝาปิด เรียกว่า ทาจีน (Tagine) เป็นโลหะที่ทนและเก็บความร้อนจึงใช้ภาชนะนี้ตั้งไฟปรุงอาหาร เมื่อปรุงเสร็จก็ยกมาเสริฟแบบนั้นเลย

อาหารจานหลักของโมร็อกโกคือ Seafood Tagine เรียกง่ายๆว่าเมนูรวมซีฟู๊ดหลากชนิดไม่ว่าจะเป็น ปลา หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยตลับ ปลาหมึก กุ้ง แล้วก็ใส่มันฝรั่ง มะเขือเทศ แครอท มะกอก เครื่องเทศ และส่วนผสมอีกมากมาย โปะมาบนข้าว หน้าตาน่ารับประทานมากเลยทีเดียว

เกร็ดน่ารู้

  1. เสน่ห์ของมาร์ราเกชอยู่ที่รัฐบาลโมร็อกโก ได้กำหนดให้ทุกบ้านเรือนในเมืองนี้ทาสีส้มได้เพียงสีเดียวเท่านั้น เมื่อสีส้มอิฐกระทบกับแสงแดดอ่อนๆก็จะสะท้อนออกเป็นสีอมชมพู ทำให้มาร์ราเกชถูกขนานนามว่า "เมืองสีชมพู" (Pink City)
  2. นักออกแบบชื่อก้องโลกอย่างอีฟส์ แซงต์ โลรองต์ (Yves Saint Laurent) มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่มาร์ราเกชบริเวณสวนมาจอแรลล์ (Majorelle Gardens) อันเป็นสถานที่โปรดปรานของเขา และหลังจากที่เขาเสียชีวิตลงในปี 1988 บ้านของเขาก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของเมือง (Avenue Yacoub El-Mansour เปิดทุกวัน 8.00 – 17.30น. ค่าเข้าคนละ 30 ดีรัม)
  3. การถ่ายรูปบุคคลในมาร์ราเกชถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำการขออนุญาตบุคคลนั้นๆก่อน และการชมแสดงโชว์การละเล่นพื้นเมืองตามท้องถนนก็เช่นกันถ้าหากท่านหยุดชมโชว์นั้นๆ การให้ทิปถือเป็นสิ่งที่ท่านควรกระทำ ซึ่งนี่คือวัฒนธรรมของชาว
    มาร์ราเกช
  4. ถ้าท่านต้องการสัมผัสถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของมาร์ราเกชได้อย่างแท้จริงต้องไม่พลาดที่จะไปเยี่ยมชมตลาดเก่าพื้นเมือง ที่เรียกกันว่า เมดินา (Medina)
  5. ชาวโมร็อกโกให้ความเคารพนับถือพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งเฉกเช่นเดียวกับชาวไทย ดังนั้นแทบทุกบ้านจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ตั้งไว้เคารพบูชา
  6. ไม่ควรเชื้อเชิญใครดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหารหรือผับบาร์ เพราะเราไม่รู้ว่าเขานับถือศาสนาอิสลามหรือไม่
  7. ด้วยความที่ชาวโมร็อกโกส่วนใหญ่จะแต่งกายอย่างรัดกุมตามวิถีของชาวมุสลิม นักท่องเที่ยวจึงควรแต่งกายให้สุภาพและรัดกุมเช่นกัน
  8. ไม่ควรหยิบอาหารด้วยมือซ้าย ชาวโมร็อกโกเชื่อว่ามือขวาคือมือแห่งความศักดิ์สิทธิ์ และเอาไว้ใช้รับประทานอาหารเท่านั้น
  9. การเดินทางท่องเที่ยวในเขตทะเลทรายนั้น เราควรตรวจสอบสภาพอากาศและความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

วันและเวลาการทำงาน

วันจันทร์ - ศุกร์ 08.30 - 12.00 น. และ 14.30 - 18.30 น.ในช่วงเทศกาลถือศีลอดจะเลิกงานในช่วงบ่าย (ประมาณ 15.00 น.) และไม่หยุดพักกลางวัน

หน่วยเงินตรา

ดีร์แฮม (1 บาท = 0.28 MAD) ข้อมูล ณ เดือนเมษายน 2559

เวลา

ช้ากว่าเวลาในประเทศไทย 4 ชั่วโมง

การขอวีซ่า


สถานเอกอัครราชทูตไทย

ณ กรุงราบัต ประเทศโมร็อกโก

Royal Thai Embassy
11 Rue de Tiddes, Rabat, Morocco

โทรศัพท์ : (212-37) 763-365, 763-328
โทรสาร : (212-37) 763-920

Mr. Younes Laraqui

กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำเมืองคาซาบลังกา
ที่อยู่ Royal Thai Consulate 6 Rue Omar Slaoui

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น