ดินแดนแห่ง 3 ท้องทะเลก่อเกิดอารยธรรมโบราณและกลุ่มเกาะอันงดงาม แต่งแต้มภาพฝันด้วยบ้านสีขาวสุดคลาสสิค โบสถ์โดมสีน้ำเงินเคียงคู่ทะเลสีคราม สีสันสดใสด้วยดอกเฟื่องฟ้าสีชมพู และภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าสุดโรแมนติกดั่งต้องมนต์ ทั้งหมดไม่ใช่ภาพนิรมิตแต่จะเป็นภาพจริงที่
“ซานโตรินี”

ข้อมูลทั่วไป

General Information

ประเทศกรีซ มีชื่อเป็นทางการว่า สาธารณรัฐเฮลเลนิก (Hellenic Republic) มีเมืองหลวงคือ เอเธนส์ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป

ซานโตรินี หรือที่เรียกว่าเกาะธีรา (Thera ตามภาษากรีกโบราณ / Thira ตามภาษาอังกฤษที่ใช้ปัจจุบัน) เป็นเกาะที่สวยงามมากแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศกรีซ ตั้งอยูระหว่างทะเลทั้ง 3 แห่ง คือ ทะเล อีเจียน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลไอโอเนียน มีความสวยงาม จนได้รับสมญานามว่า "Queen of Mediterranean sea" ราชินีแห่งท้องทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะไซคลาเดส (Cyclades) เป็นชื่อที่กลายมาจากคำว่า “kyklos” แปลว่า “วัฏจักร” ประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่บนทะเลอีเจียน (Aegean) ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง เหนือระดับน้ำทะเล 260 เมตร

เมืองหลวงของเกาะซานโตรินี คือ ธิร่า (Thira) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ฟิร่า (Fira) ในปัจจุบันทั้งเกาะซานโตรินีมีพื้นที่ประมาณ 73 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากรทั้งหมด 13 หมู่บ้าน ซึ่งนับเป็นจำนวนพลเมืองมากกว่า 13,600 คน (จากการสำรวจสำมะโนครัวในปี พ.ศ. 2001)

เกาะซานโตรินีเป็นหมู่เกาะภูเขาไฟที่ยังไม่สงบ ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสีคราม หน้าผาสูงชัน และเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม ภูเขาไฟรูปโค้งเฮล เลนิก (Hellenic Volcanic Arc) ซึ่งอยู่ในทะเลอีเจียนตอนใต้ มีการปะทุหลายครั้งของภูเขาไฟในรอบล้านปีและมีการปะทุอย่างรุนแรงทุกรอบหมื่นปี ทำให้มีการสะสมของ เถ้าถ่าน และหินภูเขาไฟ หลายต่อหลายครั้งก่อกำเนิดเกิดเป็นหน้าผาสูงชันหลากสีสัน อันเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือน

ภูมิประเทศ

มีเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมาก บ้านสีขาวหลังคาโดมสีฟ้าที่ถ่ายมาจากเกาะนี้เมื่อก่อนเป็นภูเขาไฟ และเกิดการระเบิดขึ้นหลายครั้ง ทำให้ส่วนตรงกลางปล่องภูเขาไฟยุบลง และเกิดเป็นหมู่เกาะขนาดย่อมๆ ขึ้นเรียกว่าหมู่เกาะไซคลาเดส

กลายเป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ รูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยวเป็นวงด้านนอกล้อมวงในด้วยหน้าผา และตรงกลางมีเกาะเล็กๆ ซึ่งเป็นยอดปล่องภูเขาไฟ

นอกจากนี้มีหมู่บ้านเล็กๆ เป็นเกาะที่ดังที่สุดในกรีซ และชายหาดที่ซานโตรินีก็โด่งดัง เพราะว่ามีทรายที่เกิดมาจากลาวาภูเขาไฟ จึงทำให้สวยแบบแปลกไปอีกแบบ

ที่ตั้ง

เป็นเกาะตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลอีเจียนประมาณ 200 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแผ่นดินหลักของประเทศกรีซ และ อยู่ทางทิศเหนือของเกาะครีต

สภาพภูมิอากาศ

เกาะซานโตรินีมีสภาพภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน คือแดดออกตลอดทั้งปี โดยสามารถแบ่งฤดูกาลของที่นี่ได้เป็น 2 ฤดูใหญ่ๆ คือ ฤดูร้อนและฤดูฝน

ฤดูร้อน

ตั้งแต่เดือนเมษายน – ตุลาคม

ฤดูฝน

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม

Current Local Time in

Santorini

Greece

10:30:55

โซนเวลา

ช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง ตั้งแต่ช่วงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ถึงอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคมตามหลักของ Daylight Saving Time

นอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าวเวลาจะแตกต่างกันโดยช้ากว่าประเทศไทยเป็น 5 ชั่วโมง

ภาษา

ใช้ภาษากรีก เป็นภาษาราชการ

สกุลเงิน

ยูโร (Euro หรือ EUR)

ระบบไฟ

ปลั๊กชนิดขากลม 2 ขา หรือ 3 ขา กระแสไฟฟ้า 220 Volt ดังนั้นจึงสามารถนำอุปกรณ์ไฟฟ้าของไทยไปใช้ที่กรีซได้ แต่อาจต้องใช้ หัวแปลงปลั๊ก (Adaptor) ในการเสียบ

ศาสนา

ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายกรีกออโธดอกซ์มากถึงร้อยละ 98 %

ความเป็นมา

History

จากการระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดของภูเขาไฟซานโตรินีที่เกิดขึ้นในตอนปลายของยุคสำริดประมาณ 1,613 ก่อนคริสตกาล เรียกการปะทุครั้งนั้นว่า “ไมโนน” (Minoan Eruption) การระเบิดครั้งนั้นไม่ใช่แค่ทำลายล้างซานโตรินีในอดีต แต่มันเป็นการทำลายล้าง ทั้งเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์

ซึ่งการระเบิดครั้งนั้นทำให้ซานโตรินีเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้เกาะธีราแตกออกเป็น 3 เกาะ กระแสลมยังพัดพาเถ้าภูเขาไฟไปไกลจนถึงเกาะต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงและเกาะครีต ที่อยู่ห่างไป 70 กิโลเมตร และมีผลทำให้เกาะซานโตรินีมีลักษณะรูปร่างคล้าย เสี้ยวพระจันทร์ (Crescent shape) ในแบบปัจจุบัน และมีตรงกลางค่อนข้างจะตื้นหลังการระเบิดอย่างรุนแรงวงแหวนทางต้านตะวันตกและตะวันตกเฉียงเหนือเกิดการทรุดตัวจมหายไปในทะเล ซึ่งทำให้ปล่องภูเขาไฟขยายตัวกว้างขึ้นและจมลึกลง และที่สำคัญ การปะทุของภูเขาไฟครั้งนั้นทำให้ “อารยธรรมไมโนน” ที่เจริญรุ่งเรืองและร่ำรวย ถูกทำลายไป ทั้งผลจากการระเบิดของภูเขาไฟที่รุนแรง และตามติดด้วยการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิขนาดใหญ่ตามมากวาดล้างเอา“อารยธรรมไมโนน” ลงสู่ทะเล และเชื่อกันว่าความหายนะของเกาะครีต และหมู่เกาะไซคลาดิสเป็นแรงบันดาลใจให้เพลโต เขียนตำนานเรื่องแอตแลนติส และนำไปสู่การบันทึกถึงเรื่องราวเหตุการณ์น้ำท่วมโลกที่ปรากฏอยู่ในคัมภีร์ของศาสนายูดาย คริสต์ และอิสลาม

ทั้งนี้นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสเป็นผู้เริ่มตามรอยอารยธรรมอันสาบสูญ

ปี ค.ศ.1860

ได้ขุดค้นบริเวณที่ถูกเถ้าถ่านและลาวาทับถม พบอาคารบ้านเรือน วิหารเทพเจ้า หลุมฝังศพในหุบเขา โรงละคร และข้าวของเครื่องใช้จำนวนมาก แสดงถึงความเจริญก้าวหน้าของยุคสำริด

ในปี ค.ศ.1969

นักโบราณคดีได้ขุดเอาอารยธรรมไมโนน ขึ้นมาอีกครั้งหลังจากถูกฝังไปอย่างยาวนานถึง 4,000 ปี การขุดพบครั้งนี้เป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่อาจสัมพันธ์กันกับอาณาจักรแอตแลนติสโบราณที่จมหายสาบสูญไปด้วยการปะทุของภูเขาไฟ ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน (ครั้งล่าสุดเกิดเมื่อปี ค.ศ.1950) แต่ไม่รุนแรงมากนัก จากการปะทุดังกล่าวทำให้เกิดเป็นเกาะเล็กๆ 2 เกาะ บนบริเวณแอ่งตรงยอดภูเขาไฟ คือ เกาะ Palea และเกาะ Nea Kameniเป็นการยืนยันว่าบนเกาะนี้มีมนุษย์เข้ามาตั้ง ถิ่นฐานและประกอบกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเกิดการระเบิดของภูเขาไฟ ก็ไม่พบร่องรอยการประกอบกิจกรรมของมนุษย์

ช่วงปลายของศตวรรษที่ 13 ก่อนศริสตกาล

มนุษย์ก็ได้เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวอีกครั้ง จากนั้นในต้นศตวรรษที่ 20 การติดต่อค้าขายในเกาะซานโตรินีมีความเฟื่องฟูมาก โดยมีทั้งธุรกิจการขนส่งทางเรือทะเล สิ่งทอ ผลผลิตจากมะเขือเทศ และการปลูกองุ่น นอกจากนี้บนเกาะซานโตรินีจะมี ท่าเรือพีราอุส (Piraeus) ซึ่งเป็นท่าเรือตั้งแต่สมัยโบราณที่ขนถ่ายสินค้าของชาวกรีซสำหรับขนส่งน้ำมันมะกอกไปขายยังดินแดนแถบแอฟริกา และเอเชียด้วย

กระทั่งถึงยุคของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจากการใช้เรือใบมาเป็นเรือจักรไอน้ำ และย้ายแหล่งอุตสาหกรรมไปอยู่ที่กรีซแทน ส่งผลให้เศรษฐกิจของเกาะซานโตรินี ในช่วงนั้นซบเซาลง ประกอบกับภายหลังได้เกิดแผ่นดินไหวและได้คร่าชีวิตผู้คนบนเกาะไปเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดภัยพิบัติทางเศรษฐกิจกระทั่งในช่วงปลายของปี ค.ศ.1970 เศรษฐกิจของเกาะซานโตรินีก็กลับมาดีขึ้นอีกครั้งโดยธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจทำกำไรให้กับเกาะซานโตรินีจนถึงปัจจุบัน

บ้านเรือนในแถบนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบโชเลส ซึ่งบ้าน อาคาร และโบสถ์จะทาด้วยสีขาวและฟ้า ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นหินชนิดภูเขาไฟ นอกจากเสน่ห์ของบ้านเรือนบนเกาะซานโตรินี ที่ดึงดูดแล้วอากาศอันสดใสของที่นี่ก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลงรักเกาะนี้

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

Attractions

1. ยอดเขาโปรฟีติสอีเลียส (Profitis Ilias)

จุดชมวิวมุมกว้างที่สวยงามของเกาะซานโตรินี มีความสูง 567 เมตรจากระดับน้ำทะเล บริเวณนี้อยู่ระหว่าง Pyrgos กับ Kamari จากจุดนี้สามารถเห็นทิวทัศน์ของเกาะซานโตรินีได้ทั่วทั้งเกาะ เมืองฟิร่า(Fira) เมืองหลวงของเกาะซานโตรินี เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและคึกคักมากที่สุดแห่งหนึ่ง เป็นจุดศูนย์กลางของคมนาคม เพราะเป็นที่ตั้งของท่าเรือหลักของเกาะนี้ ประกอบด้วยโรงแรมและที่พักริมหน้าผา นอกจากนี้ยังมีร้านรวงให้เลือกเดินดูสินค้าท้องถิ่นบนถนนแคบๆ ลดเลี้ยว ซึ่งเสน่ห์ดึงดูดที่แท้จริงของฟิร่าคือการเดินเล่นชมเมืองและทัศนียภาพ ที่งดงาม เพียงแค่เดินไปตามถนน Agiou Mina ก็สามารถสัมผัสกับทิวทัศน์ที่สวยสดงดงามของตัวเมืองฟิร่าได้แล้ว อย่าลืมลงไปยังท่าเรือเก่าซึ่งอยู่บริเวณฐานของหน้าผา

นักท่องเที่ยวสามารถเดินลัดเลาะตามเส้นทางซิกแซกลงไปได้ แต่ขอแนะนำให้ลองขี่ลาลงไปก็จะได้บรรยากาศและสนุกสนานไปอีกแบบ หากท่านใดไม่สะดวกนั่งลาก็มีเคเบิลคาร์ให้บริการ ไฮไลท์ของซานโตรินีคงหนีไม่พ้นความแปลกตาเก๋ไม่ซ้ำใครของรูปทรงของบ้านเรือนหลังคาโค้งๆ โบสถ์โดมสีขาวฟ้าพาสเทลแบบกรีกดั้งเดิม ลดหลั่นกันเป็นชั้นอย่างมีศิลปะ และด้วยเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมไซดลาดิก (Cycladic) ที่โดดเด่น

2. พิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ธีรา (Museum of Prehistoric Thera)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองฟิร่า เป็นพิพิภัณฑ์ที่มีสิ่งของจัดแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย อายุเป็นพันพันปีก่อนคริสตกาลของชาว Akrotiri ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิด จนเป็นเหตุให้ชาว Akrotiri ออกจากเมืองหรือเสียชีวิตไป มีอุปกรณ์เครื่องใช้โบราณ เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา และฟอสซิลจากยุคหินสมัยใหม่และยุคเหล็กจัดแสดงอยู่

3. พิพิธภัณฑ์ด้านโบราณคดีแห่งเกาะ (Archaeological Museum of Thera)

ตั้งอยู่ที่เมืองฟิรา สร้างเมื่อปี ค.ศ.1960 เพื่อทดแทนพิพิธภัณฑ์เก่าที่เสียหายจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดในปี ค.ศ.1956 จัดแสดงวัตถุทางโบราณคดีมากมายที่พบจากการขุดค้นทางโบราณคดี บนเกาะ เช่น ข้าวของ เครื่องใช้ในครัวเรือนของคนในยุคก่อนการระเบิดของภูเขาไฟ รวมถึงรูปปั้นสไตล์เฮเลนและโรมัน (Hellenistic and Roman sculptures) ที่สวยงาม

4. หมู่บ้านเอีย (Oia)

หมู่บ้านโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบคาสโทร เน้นความเรียบแต่เสริมลูกเล่นด้วยหลังคาทรงโค้งสีสันสดใสตัวบ้านไล่ระดับลดหลั่นตามไหล่เขา ถือเป็นเขตเมืองหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะซานโตรินี ห่างจากเมืองฟิร่า 11 กิโลเมตร เป็นจุดที่งดงามราวกับภาพวาด เป็นหนึ่งในมุมดูพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในโลกท้องฟ้าจะระบายไปด้วยสีม่วงส้ม และแดงในยามเย็น มีสัญลักษณ์สำคัญคือตึกกังหันลม ไม่ใช่เฉพาะแค่เป็นจุดชมความเป็นซานโตรินีที่ที่สวยที่สุดอย่างเดียวเท่านั้น แต่ทุกตรอกซอกซอยของเอียราวกับมีมนต์ดึงดูด ให้ทุกคนเดินผลุบๆ โผล่ๆ อย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนือย เพราะทุกมุมของเอียต่างก็ชี้ชวนให้แวะถ่ายรูป ยืนชมความงามได้อย่างไม่รู้สึกตัวเลยทีเดียว

เอียมีการแต่งแต้มสีสันของบ้านในโทนสีละมุนตา มีอาร์ตแกลเลอรี่ที่ไว้อวดผลงานศิลปะอาร์ตๆ กระจายอยู่ทั่วหมู่บ้าน มีเสื้อผ้าเก๋ๆ ในแบบสาวชาวเกาะขายอยู่เต็มไปหมด แค่เดินสอดส่องดูการแต่งร้านของที่นี่ก็คุ้มแล้ว หรือจะหาคาเฟ่เหมาะๆ แล้วนั่งชิลล์ๆ ชมวิว ชมผู้คนเดินไปมาแค่นี้ก็อิ่มอกอิ่มใจได้แช่นกัน

เมื่อถึงช่วงไฮไลท์ของแต่ละวัน นักท่องเที่ยวก็จะไปเฝ้ารอดูการทำหน้าที่ในวินาทีสุดท้ายของดวงตะวันกันที่หมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อแสงสีส้มอมชมพูระเรื่อทาบทาไปทั่วผืนน้ำของทะเลอีเจียน บ้านขั้นบันไดที่เคยเห็นสีขาวนวลตาและกังหันโบราณถูกอาบไว้ด้วยสีละมุน เป็นฉากที่เหมือนภาพถ่ายหรือภาพวาดบนดวงหน้าของคนเหล่านั้นก็จะถูกอาบภาพและแสงแห่งความสุข ทำให้ความโรแมนติกของเกาะนี้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

5. อัมโมดี (Ammoudi)

หาดอัมโมดี (Ammoudi) หรือจะเรียก อ่าวอโมดี (Amoudi Bay) ตั้งอยู่ด้านล่างหมู่บ้านเอีย วิวทิวทัศน์จากเชิงผาแดงนี่สวยคุ้มค่าแก่การเดินลงบันได 200 กว่าขั้น บวกกับระยะทางเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยถือว่าได้ออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ จนลงมาถึงสุดริมทะเลจะเจออู่ต่อเรือหรือท่าเรือเก่าแก่ขนาดเล็กของเมืองเอียที่ใช้ตั้งแต่สมัยก่อนจวบจนปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นเรือสีสันละลานตาเข้ามาจอดอยู่เป็นประจำ สามารถมองเห็นหน้าผาสีแดงได้ชัดเจน เราสามารถเดินเลาะตามทางไปได้ จะพบร้านอาหารเรียงรายและท่าเรือเล็กๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะเดินทางไปเยือนเกาะใกล้ๆ เกาะธิราเซีย (Thirasia) และ ชายหาดกรวดหินแดง อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ และวัดใจกันไปเลยคือ ต้องไปกระโดดผา Saint Nicholas เกาะเล็กๆที่ว่ายน้ำจากหาดAmmoudi ไปได้

6. เกาะนีอา คาเมนิ (Nea Kameni)

เกาะร้างไม่มีผู้อยู่อาศัย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะซานโตรินี ซึ่งสามารถนั่งเรือออกไปจากซานโตรินีเพื่อชมปากปล่องภูเขาไฟได้อย่างสะดวก สิ่งที่น่าสนใจคือธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาของหินภูเขาไฟที่เกิดจากการแข็งตัวของลาวาซึ่งไม่เหมือนที่ไหน เนื่องจากเป็นกลุ่มภูเขาไฟที่มีอายุน้อยที่สุด และที่สำคัญเกาะนี้ยังเป็นกลุ่มภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท เมื่อในอดีตเกิดการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ ทำให้ดินแดนนี้ถูกแยกออกจากกันเป็นเกาะเล็กๆ ดังเช่นในปัจจุบันดินและหินในบริเวณนั้นเป็นดินสีดำ สีแดง และน้ำตาลเข้ม

7. เกาะพะลี คาเมนิ (Palea Kameni)

ตั้งอยู่ทางใต้ของเกาะนีอา คาเมนิ ทางตะวันตกของเกาะซานโตรินี เป็นเกาะเล็กๆ ที่เป็นแหล่งบ่อน้ำร้อนธรรมชาติที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิด เมื่อเดินทางไปถึงเกาะโดยเรือสักระยะหนึ่งแล้ว ผู้ที่จะเดินทางเข้าไปสัมผัสบ่อน้ำร้อนมีวิธีเดียวเท่านั้นคือต้องว่ายน้ำเข้าไปจนถึงบริเวณบ่อน้ำร้อนซึ่งมีระยะทางประมาณ 50-60 เมตร โดยที่จะเป็นบ่อน้ำร้อนที่เชื่อมต่อกับทะเลอีเจียน ดังนั้นบริเวณบ่อน้ำร้อนจึงเป็นน้ำทะเลรสเค็มพอสมควร และมีอุณภูมิร้อนนิดๆ เหมือนอ่างน้ำอุ่นมีความลึกประมาณ 70-80 ซม.

8. หาดเพริสซา (Perissa Beach)

ซานโตรินีจะมีหาดทรายกระจายอยู่มากมายทั่วทั้งเกาะ แต่ละหาดจะมีผืนทรายสีดำ ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีตโดยหาดเพอริซาก็เป็นหนึ่งในชายหาดสีดำที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะซานโตรินี

9. หาดเพริสโวลอส (Perivolos Beach)

หาดบริเวณนี้เป็นหาดทรายสีดำที่ยาวที่สุดบนเกาะ สามารถนอนอาบแดดและเล่นน้ำได้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะซานโตรินี ทางใต้ถัดลงมาจากหาดเพริสซา

10. ชายหาดสีแดง (Red Beach)

หาดทรายแดงหนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงของซานโตรินี มีความโดดเด่นที่สีแดงของหาดทรายและหน้าผามีลักษณะโดดเด่นคือมีสีแดงอิฐ เพราะเกิดจากสีของหินภูเขาไฟที่อยู่บริเวณใกล้เคียง วิวจากหน้าผาที่ตัดลงจากภูเขาหินขนาดยักษ์ด้านหลัง ทั้งน่ากลัวและน่าทึ่งไปพร้อมกัน ตั้งอยู่ใกล้แหล่งสำรวจทางโบราณคดีของ เมืองโบราณอะโกติรี (Akrotiri)

11. ชายหาดสีขาว (White Beach)

ตั้งอยู่ใกล้ชายหาดสีแดง หาดนี้หน้าผาหินจะมีสีขาว แต่ตัวหาดเป็นทรายสีดำ ก้อนกรวดสีเทาและก้อนหินสีขาว เหตุที่เรียกหาดขาว สังเกตุจุดเด่นจากผาหินก้อนขาวๆ ใหญ่ๆ ริมหาดนั่นเองบริเวณชายหาดมีพื้นที่สำหรับเล่นน้ำอาบแดดที่เล็กมาก ดังนั้นก็จะถูกจับจองโดยนักท่องเที่ยวอย่างรวดเร็ว

12. หาดคามาริ (Kamari Beach)

ชายหาดทอดยาวเกือบ 7 กม. ที่คลุมไปด้วยทรายสีดำที่เกิดมาจากลาวาภูเขาไฟ หาดนี้เป็นที่นิยมสุดติด Top List ของซานโตรินี ตั้งห่างจากฟิร่ามาทางตะวันออกเฉียงใต้ 10 กม. ที่นี่ยังคงทัศนียภาพเดิมอยู่ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ ไนท์คลับ และกิจกรรมทางน้ำ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ รับรองว่าถ่ายรูปสวยทุกมุม น้ำทะเลใส ทรายดำจากหินลาวา ทำให้มีขนาดใหญ่คล้ายกรวดหิน ด้วยความที่อยู่ใกล้สนามบินมากๆ หลายคนมาเก็บช็อตเด็ดๆ ตอนเครื่องบินกำลังบินขึ้นเหมือนจะเฉี่ยวหัวก็อาร์ตดีไม่มีใครเหมือนตัดกับวิวยอดภูเขาหิน นี่มันสวรรค์ชัดๆ

เกร็ดน่ารู้

Knowledge

1. การเดินทาง

โดยเครื่องบิน

การเดินทางมาเกาะซานโตรินี สามารถเดินทางจากกรุงเอเธนส์ ใช้เวลา 45 นาทีลงที่ท่าอากาศยานแห่งชาติซานโตรินี (ธีรา)

โดยเรือ

ขึ้นเรือที่ท่าเรือพิราอุส (Piraeus) ลำใหญ่จะใช้เวลา 8 ชั่วโมง แต่ถ้านั่งเรือเร็วมาใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ลงที่ท่าเรือธีรา (Thira)
หากคุณต้องการเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ ควรเดินทางโดยเรือ เนื่องจากสามารถนั่งจากเกาะต่อเกาะได้เลย

2. อาหารการกิน

อาหารกรีกจากต้นตำรับจะเน้นวัตถุดิบหลักของอาหารและเครื่องเทศต่างๆ ยิ่งผ่านการปรุงโดยชาวกรีซฝีมือเยี่ยมจะทำให้อาหารมีรสชาติที่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติอาหารสไตล์กรีกต้นตำรับที่ชวนลิ้มรส

สำหรับอาหารการกินในซานโตรินีส่วนใหญ่จะเน้นผักผลไม้ และมีส่วนประกอบของชีสและโยเกิร์ตเป็นหลัก เพราะถือเป็นของขึ้นชื่อที่นี่ ด้วยความที่เป็นเกาะ เนื้อสัตว์ส่วนใหญ่จึงเป็นสัตว์ทะเล ทั้ง ปลา กุ้ง หอย ที่ถูกคัดสรรมาเสิร์ฟด้วยความสดใหม่ ผสมกับเครื่องเทศเฉพาะถิ่น จึงได้อาหารรสชาติแบบต้นตำรับให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลอง และที่นี่ยังโด่งดังเรื่องไวน์คุณภาพเยี่ยมที่คุณไม่ควรพลาดอีกด้วย

อาหารยอดนิยมบนเกาะนี้คือ สลัดกรีก ประกอบด้วยมะเขือเทศ , แตงกวา ,หัวหอม ,พริกเขียว ,ออริกาโน่ , เฟต้าชีส , น้ำมัน และน้ำส้มสายชู มันเป็นเมนูยอดนิยมของซานโตรินี

2. การเตรียมอุปกรณ์ในการท่องเที่ยว

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวนิยมมาในฤดูร้อน ซึ่งสภาพอากาศของซานโตรินีจะมีอากาศร้อนมาก แดดจัด ควรเตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม และสภาพภูมิประเทศที่เป็นกรวด ก้อนหิน และน้ำทะเลควรใช้รองเท้าที่รัดกุมเท้าระบายอากาศ และลงน้ำได้

3. เวลาเปิด-ปิดของสถานที่ต่างๆ

ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บนเกาะส่วนมากจะเปิดให้บริการ เวลา 10.00 – 22.00 น. ทุกวันจันทร์ – อาทิตย์

ภาพบรรยากาศเป็นเพียงภาพประกอบเพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น

  • บริษัทขอสงวนสิทธ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลกการท่องเที่ยว ตามสถานการณ์เพื่อความเหมาะสม
  • การจัดรายการหรือกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกกรณี ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจแอมเวย์ ฉะนั้นการพิจารณารางวัลสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย อยู่ในดุลพินิจของบริษัทฯ
  • ผู้ที่จะได้รับรางวัลในกิจกรรมส่งเสริมการขายแต่ละกิจกรรม จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขจรรยาบรรณ และระเบียบปฏิบัติของบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น