2561
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมงกุฎทูต

2561
กรกฎาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมงกุฎ

2560
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับตรีเพชร

2557
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรคู่

2556
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรบริหาร

2558
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชรสองผู้สถาปนา

2556
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับเพชร

2557
มิถุนายน

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมรกตสองผู้สถาปนา

2554
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับมรกต

2556
กรกฎาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับไพลินสองผู้สถาปนา

2554
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับไพลิน

2554
สิงหาคม

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัมสองผู้สถาปนา

2552
กันยายน

นักธุรกิจแอมเวย์ระดับแพลตินัม

2551
กันยายน

สมัครเป็นนักธุรกิจแอมเวย์

จากนักเรียนรู้...สู่ผู้ถ่ายทอด 

คุณรัฐธีร์ (นินอย) มังคลรังษี และคุณนิยุตรัตน์(โอ๋) จามพันธ์ บอกกับเราในวันที่ประสบความสำเร็จว่า อย่าหยุดเรียนรู้และทำตัวให้เหมือนขึ้นชั้นอนุบาลอยู่เสมอเพื่อสร้างความกระตือรือร้นให้กับชีวิต และเมื่อออกเดินทาง สิ่งที่จะได้มากกว่าความสุขในการก้าวสู่จุดสูงสุดคือ เมื่อได้นำบทเรียนระหว่างทางนั้นมาส่งต่อให้กับเพื่อนร่วมทางที่กำลังก้าวเดิน และต่อไปนี้คือบทเรียนรู้ที่พวกเขาต้องการถ่ายทอด  

Lesson 1 หัวใจพร้อมสู้
คุณนินอยและคุณโอ๋เดินเข้าสู่ธุรกิจแอมเวย์ด้วยแนวคิดต่างกัน สำหรับคุณนินอย ธุรกิจนี้คือทางรอด สำหรับคุณโอ๋ ธุรกิจนี้คือรายได้เสริม แม้คิดต่างแต่ทั้งคู่มีสิ่งที่เหมือนกันคือ...หัวใจที่พร้อมสู้ “ผมเลือกเดินออกจากธุรกิจครอบครัวมาตามฝันของตัวเอง ต้องเจอความยากลำบากเหมือนทุกคนครับ แต่เรื่องพวกนี้ทำอะไรผมไม่ได้ เพราะผมไม่ได้มองว่านี่คืออุปสรรค ผมรู้แค่ว่าสิ่งเดียวที่ต้องทำคือสู้ และด้วยใจที่พร้อมสู้นี่ละครับ ทุกอย่างก็เลยไม่เป็นอุปสรรค” เช่นเดียวกับคุณโอ๋ที่ได้เจอกับแรงต้านมากมายรอบตัว แต่ด้วยใจพร้อมสู้ทำให้เธอแปรแรงต้านให้เป็นแรงส่ง “ตอนเริ่มทำก็มีคนพูดค่ะ คนทำเยอะแล้ว ทำไม่สำเร็จหรอก ความรู้สึกโอ๋คือฉันจะทำให้คำพูดของคนเหล่านั้นไม่เป็นจริง (ยิ้ม) ก็เลยไม่รู้สึกว่าจะมีอะไรเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราไม่ทำธุรกิจนี้ที่เราเลือกแล้ว”  

Lesson 2 นักรักษาสัญญาหัวใจใหญ่ 
“เราเป็นนักรักษาสัญญาครับ” คุณนินอยบอกยิ้มๆ “เราไม่ยอมถ้าไม่ถึงเป้าหมาย คนชอบคิดว่าผมเก่ง ไม่ใช่เลยครับ ผมไม่ใช่คนมีพรสวรรค์ แต่อาศัยขยันเข้าสู้ ดังนั้นกรุณาให้เกียรติความขยันของผมด้วย (หัวเราะ)” และเคล็ดลับของนักรักษาสัญญาตัวจริงก็คือ “ผมเขียนเป้าหมายทุกเช้าครับ” คุณนินอยเล่า “มีเป็นเล่มเลยค่ะ” คุณโอ๋แอบกระซิบบอก “ตื่นเช้ามาผมจะนั่งเขียน เทคนิคก็คือตั้งเป้าหมายให้ใหญ่สุดๆ ไปเลยเพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่ตอนลงมือทำผมจะใช้วิธีตั้งเป้าหมายย่อยในแต่ละวัน และทำชัยชนะเล็กๆ ในแต่ละวันนั้นให้สำเร็จ แล้วสุดท้ายความสำเร็จเล็กๆ ก็จะรวมกันเป็นก้อนใหญ่ ทำแบบนี้เราจะไม่เครียดครับ” คุณโอ๋ช่วยเสริมว่านอก-จากเป็นนักรักษาสัญญาแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ต้องมีหากปรารถนาความสำเร็จก็คือ หัวใจที่ใหญ่ขึ้น “เราต้องขยายขนาดใจของเราเสมอค่ะ เพราะยิ่งสำเร็จเยอะเราจะเจอสิ่งต่างๆ เยอะขึ้น การขยายขนาดใจจะทำให้เราพร้อมรับและอยู่กับทุกอย่างได้อย่างมีความสุขค่ะ”   

Lesson 3 : ทัศนคติของผู้ชนะ  
“โอ๋คิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ธุรกิจสำเร็จคือ เราต้องมีทัศนคติของผู้ชนะค่ะ ต้องไม่ยอมแพ้และคิดเสมอว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ถ้าเราตั้งใจทำแล้วจะทำไม่ได้ (ยิ้ม)” ต่อมุมมองที่หลายคนอาจมองว่าทั้งคู่มีต้นทุนชีวิตสูงทำให้ก้าวไปถึงจุดหมายได้เร็วกว่าคนอื่น...คุณนินอยบอกด้วยรอยยิ้มกว้างว่า “ในธุรกิจนี้ถ้าคุณอยากสำเร็จ คุณต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้เหมือนกันทุกคนครับ ถึงมีต้นทุนดีแค่ไหนแต่คุณเอาชนะใจตัวเองไม่ได้ก็จบ และการมีต้นทุนดีไม่ได้มีส่วนให้คุณเป็นคนที่เอาชนะใจตัวเองได้มากกว่าคนที่ไม่มีต้นทุน สิ่งสำคัญที่ผมอยากบอกก็คือ แน่นอนครับคุณเลือกต้นทุนไม่ได้ แต่คุณเลือกเป็นคนขยันที่สุดได้ เป็นคนทำงานหนักที่สุดได้ เป็นนักรักษาสัญญาที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นคนอดใจเก่งที่สุดได้ สิ่งเหล่านี้คุณเลือกได้ครับ และการเลือกของคุณเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จมากกว่าต้นทุนชีวิตมากครับ”   

Lesson 4 : อดทน...จนกว่าความงามจะปรากฏ
“ปลูกดอกไม้ต้องใช้ความอดทนครับ” คุณนินอยบอกด้วยรอยยิ้มเมื่อหวนนึกถึงเส้นทางความมุ่งมั่นที่ผ่านมา “เราต้องอดทนตั้งแต่การเริ่มต้น การก้าวผ่านปัญหา การต่อสู้เพื่อเอาชนะนิสัยเก่าๆ แต่ความอดทนนั้นจะไม่สูญเปล่าเพราะเมื่อถึงเวลาความงามจะปรากฏครับ(ยิ้ม) วันที่ถึงจุดหมาย ในแง่หน้าที่การงานผมรู้สึกเหมือนนักเรียนที่ทำการบ้านเสร็จ ในแง่ความฝันผมรู้สึกว่าได้ทำหนึ่งในความฝันสูงสุดของชีวิตให้เป็นจริง คืนนั้นผมนอนฟังเพลงเก่าๆ ทั้งคืน เพื่อย้อนความรู้สึกกลับไปวันก่อนที่เราเคยวาดฝันว่าอยากประสบความสำเร็จในชีวิตน่ะ มันมาถึงแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่ไม่ย่อท้อ รักษาสัญญาอย่างมุ่งมั่น ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือมาตลอดเส้นทาง ขอบคุณคุณโอ๋ (ยิ้ม)” แม้มงกุฎทูตอาจไม่ใช่จุดหมายความฝันของคุณโอ๋ในวันเริ่มแรก แต่เมื่อได้จับมือก้าวเดินร่วมกัน มี ‘ความฝันของเรา’ คุณโอ๋บอกว่า “มันคือการร่วมเป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้างความสำเร็จของเราค่ะ และไม่ใช่แค่เราสองคน เพราะเมื่อเราสำเร็จนั่นหมายความว่าจะมีคนข้างหลังที่สำเร็จมากขึ้นด้วย ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือและเชื่อใจเรา นี่เป็นการทำงานแบบ Partnership เพื่อสร้างให้องค์กรประสบความสำเร็จมากขึ้น ในมุมส่วนตัว...Passion ของโอ๋คืออยากเห็นความฝันของคุณนินอยเป็นจริง พอได้เห็นก็...แฮปปี้ค่ะ (ยิ้มกว้าง) ได้เห็นเขามีความสุข นั่งฟังเพลงเก่าๆ เป็นโมเมนต์ที่รู้สึกว่า...อืม โอเค (หัวเราะ)”  

Lesson 5 : จากนักเรียนรู้...สู่ผู้ถ่ายทอด
“คนที่เข้ามาในธุรกิจนี้มีเป้าหมายไม่เหมือนกันค่ะ” คุณโอ๋บอก “เราถ่ายทอดบทเรียนที่คิดว่าทุกคนควรต้องรู้ สร้างความเป็นผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นให้มากที่สุด สร้างความคิดที่ว่านี่คือธุรกิจของคุณ แล้วช่วยให้คำแนะนำดูแลกันไป ใครที่พร้อมไปกับเรา ลุย แต่ใครที่ยังไม่พร้อมไม่เป็นไร เราจะดูแลให้เขาอยู่อย่างมีความสุข สิ่งที่โอ๋อยากบอกคือ นี่เป็นธุรกิจที่จะทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตอย่างที่อยากได้ในทุกรูปแบบค่ะ ในวันที่เริ่มทำคุณอาจยังไม่ได้เป็นตัวเอง 100% แต่เมื่อสำเร็จคุณจะมีอิสรภาพที่ไร้กังวล มีความสงบภายใน และสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ในแบบที่คุณอยากเป็นค่ะ (ยิ้ม)”  

“ผมเพิ่งกลับจากปีนเขาครับ” คุณนินอยเล่า “ไปยอดเขาเมรา พีค (Mera Peak) ในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในโลกที่สามารถเดินเท้า (Trekking) ขึ้นไปได้ ความสูง 7,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล” และ ณ จุดสูงสุดนั้น “ผมพบว่าเราตัวนิดเดียวครับเมื่อเทียบกับธรรมชาติซึ่งยิ่งใหญ่มาก (ยิ้ม) และอีกอย่างที่ผมพบก็คือ มากกว่าการขึ้นไปถึงจุดหมายคือบทเรียนระหว่างทางในแต่ละวันที่เราได้เรียนรู้ ตั้งแต่ผมเริ่มเดินจนถึงจุดสูงสุด ระหว่างทางหล่อหลอมให้ผมได้เป็นอย่างที่ผมเป็น เชื่อว่าผมเป็นได้ และเป็นมากกว่าที่ผมคิดว่าจะเป็นได้ ที่สำคัญคือตอนเดินลงแล้วได้ให้กำลังใจคนออกเดินด้วยการบอกพวกเขาว่าสู้ๆ นะ ข้างบนมัน Amazing มาก ผมรู้สึกเลยว่า นี่คือหน้าที่ที่แท้จริงของคนที่ขึ้นสู่จุดสูงสุด เช่นเดียวกับในธุรกิจแอมเวย์ครับ ผมส่งต่อพินให้ใครไม่ได้ แต่ผมสามารถส่งต่อบทเรียนจากความสำเร็จและสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ นี่คือหน้าที่และเป้าหมายต่อไปของผมที่จะช่วยให้ดาวน์ไลน์ประสบความสำเร็จ ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ผมกับคุณโอ๋เราทำธุรกิจนี้ไม่ใช่เพราะต้องการเป็นคนมี แต่เราทำเพราะต้องการเป็นคนดีที่มีอิสรภาพอย่างแท้จริง ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้สำหรับทุกคนที่ตั้งใจทำธุรกิจแอมเวย์คือ ขอให้ทุกคนใช้ธุรกิจนี้เป็นเครื่องมือในการขัดเกลาตัวเองให้เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ให้ธุรกิจนี้นำพาคุณไปสู่ The Ultimate Version of Yourself ให้ได้ และเมื่อนั้นละครับ คุณจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง” 

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณอัพไลน์ พี่แป๊ก - พี่จ๊อยซ์ (คุณพฤสณัย มหัคฆพงศ์ - คุณรมัณยา จูฑะเตมีย์ นธอ.ระดับมงกุฎทูต) พี่ณุช - พี่อ๊อบ (คุณชิษณุช มิ่งมงคล - คุณวัธนกุล มังคลรังษี นธอ.ระดับเพชร) คุณแม่รัชนี เมืองทอง คุณป้าราณี (คุณราณี - คุณวิรุสาห์ มหัคฆพงศ์ นธอ.ระดับเข็มทอง) และผู้นำในองค์กรทุกคน